ชั่วโมงนี้คงไม่มีนักเทนนิสคนไหนร้อนแรงไปกว่า ยานนิค ซินเนอร์ นักเทนนิสชายมือ 1 ของโลกชาวอิตาลี ที่ล่าสุด คว้าแชมป์ วิมเบิลดัน ครั้งแรกในชีวิต ด้วยการถอนแค้น คาร์ลอส อัลคาราซ
ซึ่งเบื้องหลังฟอร์มอันแรงบนคอร์ทเทนนิสของ ซินเนอร์ เป็นสิ่งหนึ่งที่เขาเรียนรู้มาจาก “สกีหิมะ” กีฬาสุดเอ็กซ์ตรีมที่เขาหลงใหลมาตั้งแต่วัยเด็ก
“สกีหิมะ” ช่วยพัฒนา ยานนิค ซินเนอร์ เป็นมือ 1 ของโลกได้อย่างไร? ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่นี่
เคล็ดลับจากภูเขาหิมะ
ยานนิค ซินเนอร์ เติบโตใน เซาท์ ไทรอล ทางตอนเหนือของอิตาลี ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมัน โดยพ่อแม่ของเขาทำงานในสกีรีสอร์ท คุณพ่อเป็นพ่อครัว ขณะที่คุณแม่เป็นพนักงานเสิร์ฟ
ด้วยความที่เติบโตท่ามกลางภูเขาหิมะ และมีผู้ปกครองทำงานในสกีรีสอร์ท จึงทำให้กีฬาชนิดแรกที่ ซินเนอร์ เริ่มเล่นเป็น “สกีหิมะ” ตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบเท่านั้น ซึ่งในวัยเด็กเขาก็มีโอกาสลงทำการแข่งขันในระดับชาติมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
Unseen photos of Jannik Sinner's skiing days from the newly-released Australian Open documentary ⛷️ pic.twitter.com/UEyJKyFJRF
— Bastien Fachan (@BastienFachan) January 5, 2025
“พ่อแม่ของผมเป็นคนพิเศษ เพราะตอนที่ผมกลับมาจากโรงเรียน พ่อแม่ไม่อยู่ ท่านไปทำงาน และผมมักจะไปเล่นสกีเสมอ แต่ผมไปเล่นเทนนิสบ้างเป็นครั้งคราว และก็เล่นฟุตบอลบ้างเล็กน้อย” ยานนิค ซินเนอร์ กล่าว
“ผมหวังว่าทุกคนจะมีพ่อแม่เหมือนผม เพราะพวกท่านอนุญาตให้ผมเลือกสิ่งที่ผมต้องการได้เสมอ แม้กระทั่งตอนที่ผมยังเด็ก ผมเล่นกีฬาอื่น ๆ บ้าง แต่พวกท่านไม่เคยกดดันผมเลย และผมหวังว่าอิสรภาพนี้จะเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ให้ได้มากที่สุด ขอบคุณพ่อแม่ของผมมาก”
สุดท้ายแล้วเมื่อ ซินเนอร์ อายุได้ 13 ปี เขาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ว่าสิ่งที่เขาต้องการเป็นไม่ใช่นักสกีหิมะ แต่เป็นนักเทนนิสระดับโลก นั่นจึงทำให้เขาเลือกออกจากบ้านเกิดเพื่อไปฝึกฝนที่สถาบันสอนเทนนิสของ ริคคาร์โด ปิอาตติ เทรนเนอร์ชื่อดัง
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ ซินเนอร์ เพราะเขาค่อย ๆ พัฒนาฝีมือจนก้าวมาเป็นนักเทนนิสชายมือ 1 ของโลกได้สำเร็จ ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่ากีฬาสกีหิมะที่เขาหลงไหลในวัยเยาว์มีส่วนสำคัญพาเขามาถึงทุกวันนี้
“สกี ช่วยให้ผมทรงตัวดีขึ้นนิดหน่อยในการไถลบนคอร์ท แต่ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องจิตใจ” นักเทนนิสชาวอิตาลีอธิบาย
“ผมเพิ่งรู้ตัวตอนเล่นสกีว่าผมกลัวที่จะลงแข่งแบบลงเขา เวลาวิ่งเร็วมากแล้วกระโดด 20-30 เมตร ตอนนั้นผมกลัวมาก แต่ตอนเล่นเทนนิสไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย จริงไหม?”

“มันเป็นแค่การแข่งขัน ตอนท้าย ๆ เราพยายามเต็มที่ บางครั้งมันก็ออกมาดีในช่วงเวลาสำคัญ บางครั้งก็ไม่ แต่สุดท้ายแล้วคุณก็แค่แพ้การแข่งขันเท่านั้น”
“ผมเคารพนักกีฬาทุกคนมาก แต่ผมไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขา ผมคิดว่านั่นก็เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่ง เพราะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเล่นในจุดกดดันและจุดสำคัญ ๆ ผมยังคงชอบเล่นช็อตต่าง ๆ ผมไม่รอช้าที่จะดูว่าคู่ต่อสู้จะทำอะไรเป็นส่วนใหญ่”