Second Chance : "เดวิด เบนท์ลีย์" นิว เบ็คแฮม ที่ไปไม่สุด แต่ประสบความสำเร็จหลังโลกลูกหนัง

Maruak Tanniyom

Second Chance : "เดวิด เบนท์ลีย์" นิว เบ็คแฮม ที่ไปไม่สุด แต่ประสบความสำเร็จหลังโลกลูกหนัง   image

ในช่วงยุค 2000s นอกจาก เดวิด เบ็คแฮม กัปตันทีมชาติอังกฤษแล้ว สิงโตคำรามยังมี DB อีกหนึ่งคน นั่นก็คือ เดวิด เบนท์ลีย์ 

ทว่า เบนท์ลีย์ ไม่ได้คล้ายแค่ชื่อเท่านั้น เพราะเขายังเล่นในตำแหน่งปีกขวาเหมือนกัน เปิดบอลแม่นเหมือนกัน แถมยังมีทีเด็ดจากลูกฟรีคิก จนได้รับฉายาว่า “นิวเบ็คแคม” เช่นเดียวกัน 

น่าเสียดายที่เขากลับไปไม่ถึงจุดนั้น และต้องแขวนสตั๊ดตั้งแต่อายุเพียง 29 ปี เกิดอะไรขึ้นกับนักเตะรายนี้ ติดตามไปพร้อมกัน 

นิวเบ็คแฮม 

เส้นทางชีวิตของ เดวิด เบนท์ลีย์ เริ่มฉายแววตั้งแต่เขาขึ้นมาอยู่กับทีมชุดใหญ่ของอาร์เซนอล เพียงแต่ไม่ใช่กับทัพปืนใหญ่ แต่เป็นสโมสรที่ขอยืมตัวเขาไปใช้งาน 

เริ่มจาก นอริช ซิตี้ ที่ เบนท์ลีย์ ในวัย 20 ปี ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยผลงาน 2 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ ในฤดูกาล 2004/05 ต่อด้วย แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่ขอยืมในครึ่งฤดูกาลแรกแล้วซื้อขาดในเวลาต่มา

และที่ อีวูด พาร์ค ก็เป็นสถานที่ที่ เบนท์ลีย์ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว หนึ่งในนั้นคือการทำแฮตทริค ช่วยให้ แบล็คเบิร์น เอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ดไปได้ 4-3 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2006 

จุดเด่นของเขาอยู่การเปิดบอลด้วยเท้าขวาที่แม่นยำ แถมยังยิงฟรีคิกได้อย่างเฉียบคม จนถูกนำไปเปรียบเปรยกับ เดวิด เบ็คแฮม กัปตันทีมชาติอังกฤษ และได้รับฉายาว่า “นิวเบ็คแฮม” 

“ผมเห็นถึงสิ่งนั้น (การเปรียบเทียบ)” สตีฟ แม็คคลาเรน อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษกล่าวเมื่อปี 2007 

“เท้าขวาของเขาคล้ายกับเดวิด เขาจับบอลได้อย่างสุดยอด คุมบอลได้เยี่ยม และสามารถจ่ายบอลแบบนั้นได้” 

“แต่เขายังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมาก หากเขาต้องการทำได้ทุกอย่างที่ เดวิด (เบ็คแฮม) ทำ” 

เบนท์ลีย์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในสีเสื้อของแบล็คเบิร์น โดยเฉพาะฤดูกาล 2006/07 ที่ทำไป 4 ประตูกับอีก 10 แอสซิสต์ จนถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษ ก่อนจะมาทำอีก 6 ประตูกับอีก 9 แอสซิสต์ในฤดูกาลต่อมา 

ฟอร์มดังกล่าวทำให้เขาถูก ท็อตแนมป์ ฮ็อตสเปอร์ ทุ่มเงิน 15 ล้านปอนด์ คว้าตัวไปร่วมทีม ในฤดูกาล 2007/08 ทว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ 

ในช่วงแรก เบนท์ลีย์ เป็นเหมือนความหวังของ สเปอร์ส และได้รับโอกาสลงสนามไปถึง 25 เกม และทำไป 1 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ในฤดูกาลแรก

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงได้ จนถูกปล่อยให้หลายทีมยืมตัวไปใช้งาน ทั้ง เบอร์มิงแฮม,  เวสต์แฮม,  เอฟซี รอสตอฟ ในรัสเซีย หรือแม้กระทั่งทีมเก่าอย่าง แบล็คเบิร์น แต่ไม่มีทีมไหนที่ใกล้เคียงกับคำว่าประสบความสำเร็จ 

จนกระทั่งในปี 2013 เขาก็ถูกปล่อยตัวออกจาก สเปอร์ส หลังหมดสัญญา ก่อนที่เบนท์ลีย์ จะทำช็อค ด้วยการประกาศแขวนสตั๊ดในอีก 1 ปีต่อมา ด้วยวัยเพียง 29 ปี 

อะไรที่ทำให้เขาต้องมาลงเอยเช่นนี้ 

จากล้มเหลวสู่ชีวิตใหม่ 

ชีวิตของ เบนท์ลีย์ อาจจะเป็นด้านมืดของ “นิว” ในยุคนั้น กล่าวคือการถูกขนานนามว่า เบ็คแฮม คนต่อไป ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสื่อมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น 

สิ่งนี้ทำให้เขาเชื่อมั่นในตัวเองกว่าปกติจนกลายเป็นดาบสองคม ครั้งหนึ่งเขาเคยปฏิเสธไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ U20 ด้วยเหตุผลว่าเหนื่อย และไม่ค่อยเอาจริงเอาจังในการซ้อมมาตั้งแต่อยู่กับ แบล็คเบิร์น 

“ในหัวของเขา เขาคือ เดวิด เบ็คแฮม คนต่อไป ในความเป็นจริง เขาไม่ได้มีทัศนคติหรือความสามารถที่ใกล้เคียงเลย” พอล อินซ์ อดีตผู้จัดการทีมแบล็คเบิร์นกล่าวในบทความที่เขียนให้ The Sun เมื่อปี 2009

“เบนท์สเป็นคนน่ารัก แต่มีปัญหาด้านทัศนคติ เราเคยไปเยอรมนีกันในช่วงเข้าค่ายเก็บตัวก่อนเปิดฤดูกาล และไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจเขา ในขณะที่นักเตะทุกคนต่างกำลังซ้อมหนักอย่างบ้าคลั่ง ยกเว้นแค่ เดวิด เขาหัวเราะและป่วนไปทั่ว” 

“ท้ายที่สุดผมส่งเขากลับบ้าน คุณอาจจะต้องมีความเคารพกับเพื่อนร่วมทีม แต่เบนท์สไม่ได้แสดงให้เห็น”

เขามักจะทำอะไรแบบไม่รู้กาละเทศะ เช่นเอาน้ำราดหัว แฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือของสเปอร์ส ระหว่างให้สัมภาษณ์ หรือ ละเมิดกฎห้ามรับประทานอาหารหลัง 1 ทุ่มของ ฟาบิโอ คาร์เปลโล กุนซือทีมชาติอังกฤษในตอนนั้น 

นอกจากนี้เขายังทำตัวเหมือนซูเปอร์สตาร์ ทั้งแต่งตัวหรูหรา ขับรถราคาแพง ไปจนถึงออกงานปาร์ตี้จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน 

“เขาดูเหมือนจะคิดว่าเขาเป็นเพลย์บอย เหมือนกับ เดวิด เบ็คแฮม แต่ไม่ได้มีในเรื่องคุณภาพ” พอล มิลเลอร์ อดีตกองหลังสเปอร์กล่าว 

“เขาอยู่ในรูปทุกรูป แต่อยู่ในเวลาที่ผิดที่ผิดทางไปหมด เขาควรกลับไปสู่จุดเริ่มต้นนั่นคือการมีสมาธิกับฟุตบอล” 

โชคดีที่หลังเลิกเล่น เขาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำธุรกิจ เบนท์ลีย์ เอาเงินไปลงทุนมากมาย ทั้ง เปิดร้านอาหารที่ชื่อว่า La Sala ธุรกิจทำความสะอาดและบริษัทบัญชี ไปจนถึงบริษัทขายวัสดุปูพื้นในชื่อ GFF Bentley and Howell 

“ปู่ของผมทำธุรกิจเกี่ยวกับพื้นมา 25 ปี ผมมาจากจากสิ่งนั้น พ่อของผมก็เป็นช่างทำพรมให้เขา มันมีประวัติศาสตร์ที่นั่น” เบนท์ลีย์ กล่าวกับ Mirror

“มันเป็นสิ่งที่ผมคิดตอนที่เล่นฟุตบอลมั้ยว่าผมจะมาทำธุรกิจเกี่ยวกับไม้ปูพื้น? ไม่เลย”

“ผมอยากจะแตกสาขาไปในธุรกิจอื่นที่ต่างไปตั้งแต่ที่ผมเลิกเล่น และผมก็ได้แม่และน้องเขยมาทำงานให้ผมในเรื่องการจัดการโชว์รูม มันเป็นธุรกิจของครอบครัว”

มันทำให้ เบนท์ลีย์ ได้เจอกับสิ่งที่ใช่ แต่เขาก็ยืนยันว่าเขาก็ยังรักฟุตบอล แม้ว่าสุดท้ายมันจะไม่ได้ทำให้เขาประสบความสำเร็จก็ตาม 

เพราะทั้งสองอย่างล้วนแต่ทำให้เขามีความสุข แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว 

“ผมรักฟุตบอล แต่ผมก็รักในด้านนี้เช่นกัน มันช่วยกระตุ้นผม ผมถูกเลี้ยงมาให้ยุ่งตลอดเวลา ทำงานหนักตลอดเวลา และทำในสิ่งที่รักเสมอ และผมก็เป็นคนที่คิดถึงสิ่งที่อยู่ในใจมากกว่าในหัว” เบนท์ลีย์กล่าว

“การทำในสิ่งอื่นบ้าง ทำให้ผมมีอิสระในการปรับตัวสำหรับชีวิตของผม และมันก็ดีกว่าสำหรับผม เพราะผมมีความสุขกว่าเดิม”  

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

News Correspondent