The Deadly Duo : อองรี-เบิร์กแคมป์ คู่หูคลาสสิค อาร์เซนอลยุค "อินวินซิเบิล"

Maruak Tanniyom

The Deadly Duo : อองรี-เบิร์กแคมป์ คู่หูคลาสสิค อาร์เซนอลยุค "อินวินซิเบิล"  image

“ผมพูดเสมอว่า เดนนิส เบิร์กแคมป์ ยังคงเป็นคู่หูที่ดีที่สุดที่ผมเคยมี เขาคือความฝันสำหรับกองหน้า” เธียร์รี อองรี กล่าว

ในบรรดาทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หลายครั้งก็มีเรื่องราวให้เล่าขาน แต่คงไม่มีเรื่องไหนที่จะเป็นที่จดจำไปกว่า อาร์เซนอล ให้ฤดูกาล 2003/04 ที่คว้าแชมป์แบบไร้พ่าย 

ทั้งนี้ หนึ่งในกุญแจสำคัญของฤดูกาลนั้น คือการจับคู่กันระหว่าง เธียร์รี อองรี และ เดนนิส เบิร์กแคมป์ จนได้รับการขนานนามว่า “คู่หูอินวินซิเบิล” 

ติดตามเรื่องราวของพวกเขาไปพร้อมกัน 

คู่หูแห่งความเสี่ยง

อันที่จริงมันคือการเซ็นสัญญาที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง เพราะแม้ว่า เบิร์กแคมป์ จะมีดีกรีเป็นถึง อันดับ 2 และ 3 บัลลงดอร์ แต่ก่อนย้ายมา อาร์เซนอล ในปี 1995 เขามีฤดูกาลที่ไม่น่าจดจำกับ อินเตอร์ มิลาน 

ไม่ว่าจะเป็นการยิงประตูได้เพียงน้อยคิดแค่ 11 ประตูจาก 52 เกมในลีก หรือปัญหาการปรับตัวเข้าระบบที่เปลี่ยนบ่อยครั้ง หลัง อินเตอร์ ใช้กุนซือไปถึง 3 คนแค่ 2 ปี 

เม็ดเงิน 7.5 ล้านปอนด์ ซึ่งไม่ได้น้อยในยุคนั้น จึงเป็นการเดิมพันของ อาร์เซนอล ในการหากองหน้าคู่ให้กับ เอียน ไรท์ อีกหนึ่งตำนานสโมสร 

ไม่ต่างจาก อองรี ที่การไปเล่นให้ ยูเวนตุส กลายเป็นรอยด่างในฐานะกองหน้า เมื่อการถูกถ่างออกไปเป็นปีก ทำให้เขายิงไปเพียง 3 ประตูจาก 19 เกมในทุกรายการ 

แต่ถึงอย่างนั้น อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือของอาร์เซนอล ก็ยอมจ่ายเงิน 11 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขามาร่วมทีม แทนการจากไปของ นิโคลา อเนลกา ที่ย้ายไปเล่นให้ เรอัล มาดริด 

แต่การเดิมพันทั้ง 2 ครั้ง ก็ประสบความสำเร็จ ราวกับถูกหวย 2 งวดซ้อน เริ่มจาก เบิร์กแคมป์ ที่กลับมาฟื้นคืนชีพในพรีเมียร์ลีก หลังได้เกินเลข 2 หลัก 4 ฤดูกาลติด พร้อมช่วยให้ อาร์เซนอล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 1997/98 

แม้ว่าการมาถึงของ อองรี ในปี 1999 จะทำให้ เบิกแคมป์ ผลิตสกอร์ได้น้อยลง แต่มันก็กลายไปปลุกวิญญานความเป็นยอดกองหน้า ของดาวยิงชาวฝรั่งเศสให้ตื่นขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในคู่หูที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกในเวลาต่อมา 

“ผมพูดเสมอว่า เดนนิส เบิร์กแคมป์ ยังคงเป็นคู่หูที่ดีที่สุดที่ผมเคยมี เขาคือความฝันสำหรับกองหน้า” เธียร์รี อองรี กล่าว

266 ประตู ตลอด 7 ฤดูกาลที่เล่นร่วมกัน กับรางวัลอย่าง แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย เอฟเอคัพอีก 2 ครั้ง รวมไปถึงรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก คือข้อพิสูจน์ชั้นดี 

ขณะเดียวกัน พวกเขายังเป็นกำลังสำคัญในปีที่ อาร์เซนอล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไร้พ่ายในฤดูกาล 2003/04 จนได้รับฉายาว่า “คู่หูอินวินซิเบิล” 

อะไรที่ทำให้พวกเขาเข้าขากันขนาดนี้ 

ส่วนผสมที่ลงตัว 

ย้อนกลับไปในวันที่ เวนเกอร์ เซ็นสัญญากับ อองรี หลายคนเต็มไปด้วยคำถามว่า โค้ชชาวฝรั่งเศส จะใช้งานกองหน้าแชมป์โลกอย่างไรในระบบ 4-4-2 แผนยอดนิยมของอังกฤษในตอนนั้น 

ในช่วงแรก เขาได้ลองหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นถอย เบิร์กแคมป์ ลงมาเป็นหน้าต่ำ แล้วให้ อองรี เล่นหน้าคู่กับ เอนวานโก คานู หรือ ถ่าง อองรี ไปเป็นปีกซ้าย แล้วให้ เบิร์กแคมป์ ขึ้นไปเล่นหน้าคู่กับหัวหอกชาวไนจีเรีย 

แต่กลับกลายเป็นว่า การให้ อองรี และ เบิร์กแคมป์ เล่นศูนย์หน้าคู่กัน กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด เพราะแม้จะเป็นหัวหอกคู่ แต่ในเกม เบิร์กแคมป์ มักจะถอยลงต่ำมาเชื่อมเกม ขณะที่ อองรี จะดันขึ้นหน้าไปยังจุดนัดพบ

ด้วยความที่ เบิร์กแคมป์ เป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยเทคนิค และพรสวรรค์ ทำให้เขาสามารถพลิกบอลหรือเลี้ยงหลบคู่แข่ง เพื่อสร้างพื้นที่ชั่วขณะในการจ่ายบอล หรือตำแหน่งที่ให้เพื่อนร่วมทีมเข้าไปในกรอบเขตโทษได้

ส่วน อองรี เขาไม่ได้ยืนค้ำในแดนหน้า แต่มักจะฉีกออกด้านกว้าง ดึงตัวประกบให้ตามมา เพื่อสร้างพื้นที่ว่างตรงกลาง หรือวิ่งเข้าไปรับบอลเพื่อยิงประตู 

การเล่นในลักษณะนี้ของ อองรี ยังทำให้ปีก หรือ ฟูลแบ็ค สามารถเติมขึ้นมาเล่นเกมบุก แล้วครอสเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ เบิร์กแคมป์ ใส่สกอร์ 

นอกจากนี้ ตัว เบิร์กแคมป์ เอง ยังทำหน้าที่เป็นตัวทำเกม คอยหาจังหวะจ่ายคิลเลอร์พาส ให้ โรแบร์ ปิแรส หรือ เฟเดริค ลุงเบิร์ก ทำประตู หรือ ทำแอสซิสต์ให้ อองรี ในจังหวะต่อมาได้อีกด้วย 

พูดให้เห็นภาพคือ หาก อองรี ฉีกไปทางซ้าย ปิแรส จะขึ้นมาแทนที่ โดยมี เบิร์กแคมป์ คอยสนับสนุน เป็นสามเหลี่ยม เพื่อสร้างโอกาสให้ทีม 

ด้วยวิธีดังกล่าว ทำให้ในฤดูกาล 1999/2000 อองรี ไม่เพียงซัดประตูอย่างถล่มทลายถึง 17 ลูกเท่านั้น แต่ยังจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูไปถึง 12 ครั้ง ขณะที่ เบิร์กแคมป์ แม้จะยิงน้อยลงเหลือ 10 ลูก แต่ก็ทำได้ถึง 10 แอสซิสต์ 

การเล่นแบบนี้ยังทำให้ อองรี และ เบิร์กแคมป์ มีสถิติเกี่ยวข้องกับการทำประตู (ประตู+แอสซิสต์) เกิน 10-20 ครั้งเกือบทุกฤดูกาล กลายเป็นคู่หูที่ทำได้ดีทั้งยิงและจ่าย 

แต่คงไม่มีฤดูกาลไหน ยอดเยี่ยมไปกว่า 2003/2004 ที่ อองรี ยิงไปถึง 30 ประตูกับอีก 9 แอสซิสต์ ส่วน เบิร์กแคมป์ แม้จะยิงได้แค่ 4 ลูก แต่ทำไปถึง 7 แอสซิสต์ พร้อมช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยไม่รู้จักกับความพ่ายแพ้ ตลอดทั้งฤดูกาล 

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาประสานงานได้อย่างลงตัว ไม่ได้เป็นแค่เรื่องฝีเท้า แต่เป็นที่ทั้งคู่ต่างให้ความเคารพกันและกันในฐานะนักฟุตบอลเป็นอย่างมาก 

อองรี พูดเสมอว่า เบิร์กแคมป์ คือคู่หูในฝัน ขณะที่ เบิร์กแคมป์ ก็ยกย่องกองหน้าชาวฝรั่งเศสว่าเป็นผู้เล่นที่แค่ต้องการบอลในตำแหน่งที่เหมาะสม ก็สามารถใช้ความเร็วฝ่าแนวรับได้ 

ด้วยส่วนผสมนี้ ได้ก่อให้เกิดความแข็งแกร่ง ความฉลาด ความเยือกเย็น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นการเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว ความคิดสร้างสรรค์ และเกมบุกที่ลื่นไหล จนทำให้อาร์เซนอล กลายเป็นหนึ่งในทีมที่อันตรายที่สุดในยุคต้นทศวรรษที่ 2000s 

ทั้งคู่ได้มีโอกาสร่วมงานกันถึง 7 ฤดูกาล ก่อนที่ เบิร์กแคมป์ จะพ่ายแพ้ต่อสังขาร ประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2006 ส่วน อองรี ยังเล่นให้ปืนใหญ่ต่ออีก 1 ซีซั่น แล้วย้ายไปร่วมทัพบาร์เซโลนา ในปี 2007 

และทำให้คู่หูที่ดีที่สุดของอาร์เซนอลเหลือเพียงตำนาน ที่ยังไม่มีใครเทียบเคียงได้แม้ปัจจุบัน 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

News Correspondent