เจาะลึก 14 ทีมเดือด! ศึก NFL รอบ Wild Card ผ่าฟอร์ม "จุดแข็ง-จุดตาย" ใครจะอยู่ใครจะไปสู่เส้นทางซูเปอร์โบวล์

Guy Tanapon

เจาะลึก 14 ทีมเดือด! ศึก NFL รอบ Wild Card ผ่าฟอร์ม "จุดแข็ง-จุดตาย" ใครจะอยู่ใครจะไปสู่เส้นทางซูเปอร์โบวล์ image

ศึก “คนชนคน” อเมริกันฟุตบอล NFL เข้าถึงช่วงไฮไลท์ของปีแล้ว เมื่อการแข่งขันในฤดูกาลปกติได้จบลงไป ก็จะเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ ในแบบที่ไม่มีที่ว่างให้กับผู้แพ้อีกต่อไป

และด้วยมนต์ขลังของการแข่งขันแบบแพ้คัดออก เพื่อเส้นชัยในการไปถึงซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 60 เราจะมาเจาะลึก 14 ทีมที่เข้าสู่รอบเพลย์ออฟทั้งหมดในปีนี้กัน

ฝั่งสาย AFC: สงครามเกมรับและบททดสอบรุคกี้

เริ่มที่สาย AFC กันก่อน ก็ต้องบอกว่าแชมป์สายของปีนี้อย่าง เดนเวอร์ บรองโกส์ เจ้าของฉายา “กำแพงเหล็กสีส้ม” ปีนี้มาด้วยจุดเด่นในเกมรับ โดยเฉพาะ Pass Rush ที่ดีที่สุดในลีก พร้อมสถิติการแซ็คสูงสุดในลีกถึง 64 ครั้ง ทำให้เกมรับกลายเป็นอันดับ 3 ของลีก

อย่างไรก็ตามจุดตายของบรองโกส์ปีนี้คือเป็นทีมที่เก็บแต้ม Takeaway หรือการเปลี่ยนจากเกมรับให้เป็นแต้ม ได้น้อยมากๆ ทำได้เพียง 12 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเมื่อเข้าถึงรอบเพลย์ออฟ ที่วัดกันเป็นเกมต่อเกม ถ้าเจอกับคู่แข่งที่เขี้ยว ประสบการณ์สูง พวกเขาอาจจะเจอปัญหาได้

คู่ที่ 1: Jacksonville Jaguars (3) vs Buffalo Bills (6) ทีมอันดับ 3 แจ็กสันวิลล์ จากัวร์ส เข้ารอบด้วยสถิติชนะ 13 แพ้ 4 ปีนี้พวกเขามีจุดเด่นในเรื่องของการอินเตอร์เซปต์ที่สูงเป็นอันดับ 2 ของทุกทีม และมีเกมรับป้องกันการวิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในลีก แต่ปัญหาคือการทำเสียฟาล์วมากที่สุด 125 ครั้ง และทำบอลหลุดมือเยอะถึง 45 หนด้วยกัน

ซึ่งพวกเขาต้องเจอกับทีมอันดับ 6 อย่าง บัฟฟาโล บิลส์ ทีมที่มีจุดเด่นในการป้องกันลูกขว้างเป็นอันดับ 1 ของลีก พวกเขาเสียระยะจากการขว้างไม่ถึง 164 หลาต่อเกม ดังนั้นเป็นของแสลงสำหรับทีมที่เน้นบุกทางอากาศ แต่จุดอ่อนพวกเขาคือเกมภาคพื้นดิน ที่สถิติป้องกันการวิ่งเพราะเสียระยะต่อเกม 140 หลา สูงสุดเป็นอันดับ 29 จาก 32 ทีม

บทวิเคราะห์: การเจอกันของสองทีมนี้ ถ้าจากัวร์เน้นเกมรันใส่บิลส์ ก็มีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะได้ ทว่าอาจจะต้องระวังเรื่องเสียโทษและความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้พวกเขาเพลี่ยงพล้ำได้

คู่ที่ 2: New England Patriots (2) vs Los Angeles Chargers (7) นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ ทีมอันดับ 2 ของโซน ที่ปีนี้แจ้งเกิดควอเตอร์แบ๊กดาวรุ่งอย่าง เดรค เมย์ ที่ฝากผลงานระดับ MVP ด้วยการพาทีมทำแต้มและระยะการขว้างติดท็อป 5 ของลีกแบบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องรีบแก้ไขก็คือไลน์เกมรุกที่ปล่อยให้เมย์โดนแซ็คไปถึง 48 ครั้งด้วยกัน

แต่คู่แข่งของนิว อิงแลนด์ ก็คือ ลอสแองเจลิส ชาร์จเจอร์ ทีมที่เข้าป้ายมาในอันดับที่ 7 กับผลงานชนะ 11 แพ้ 6 โดยมีจุดแข็งอยู่ที่เกมรับท็อป 10 เก็บแต้ม Takeaway ได้เก่งเป็นอันดับ 7 ของลีก แต่ปัญหาคือการป้องกันของทีมรุก ที่จัสติน เฮอร์เบิร์ต ควอเตอร์แบ๊กของทีมนั้นโดนแซ็คไปถึง 56 ครั้ง สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของลีก

บทวิเคราะห์: เกมนี้เป็นเกมที่วัดกันในเรื่องของไลน์ทีมรุก ที่จะต้องป้องกันการทำเกมของควอเตอร์แบ๊กทีมตัวเองให้ได้ รวมถึงเรื่องประสบการณ์ของเดรก เมย์ ก็น่าสนใจว่าเมื่อถึงรอบเพลย์ออฟแล้ว จะยังทำผลงานได้ดีหรือไม่เช่นกัน

คู่ที่ 3: Pittsburgh Steelers (4) vs Houston Texans (5) คู่สุดท้ายของโซนนี้ พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ ทีมอันดับ 4 ของโซน เข้ารอบมาด้วยผลงานการเป็นแชมป์ของกลุ่ม AFC North จุดเด่นของพวกเขาคือเกมรับ ทำแต้ม Takeaways ที่เป็นอันดับ 3 ของลีก รวมถึงแซ็คได้ 45 ครั้ง เป็นอันดับ 6 ร่วม ทว่าปัญหาคือเกมบุกรั้งอันดับ 26 จาก 32 ทีม และทีมรับป้องกันโดนขว้างใส่อันดับ 29 ของลีก เสียเฉลี่ย 245.2 หลาต่อเกม

ซึ่งพวกเขาต้องเจองานหนักอย่าง ฮิวสตัน เท็กซันส์ ทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่ง เสียระยะน้อยที่สุดในลีก รวมถึงอัดควอเตอร์แบ๊กด้วยการแซ็คคู่แข่งได้สูงถึง 46 ครั้ง เป็นอันดับ 5 ของลีก ทว่าปัญหาอยู่ที่เกมรุก มีเปอร์เซ็นต์การบุกในพื้นที่สุดท้ายแล้วทำแต้มได้แค่ 45.1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น น้อยเป็นอันดับ 3 ของลีกเลยทีเดียว

บทวิเคราะห์: แน่นอนว่านี่คือการเจอกันของทีมที่เกมรุกไม่ดีทั้งคู่ ฉะนั้นอาจจะได้เห็นสกอร์ต่ำ ก็เป็นไปได้เช่นกัน

ฝั่งสาย NFC: พลังเกมบุกปะทะความเก๋า

ข้ามมาทางฝั่งของสาย NFC กันบ้าง แชมป์โซนของปีนี้อย่าง ซีแอตเทิล ซีฮอกส์ พวกเขาทำสถิติชนะ 14 แพ้ 3 โดยจุดแข็งก็คือการเป็น “เครื่องจักรล่าแต้ม” มีเกมรุกยอดเยี่ยม ทำแต้มเฉลี่ยต่อเกมสูงเป็นอันดับ 2 ของลีก (29.4 แต้มต่อเกม) แถมมีเกมรับที่เหนียวแน่นอีกด้วย แต่ปัญหาคือพวกเขาแจกโชคให้กับคู่แข่งบ่อยเกินไป เสีย Giveaways ถึง 28 หน สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของลีก ฉะนั้นในรอบเพลย์ออฟต้องระวังให้ดี เพราะความผิดพลาดเล็กน้อยอาจส่งผลเสียถึงตกรอบได้เลย

คู่ที่ 1: Carolina Panthers (4) vs Los Angeles Rams (5) แคโรไลนา แพนเทอร์ส ทีมอันดับ 4 พวกเขามีเกมรับระดับกลางๆ ที่สามารถทำเทิร์นโอเวอร์ได้ 20 ครั้ง โดยเฉพาะการทำอินเตอร์เซปต์ที่ทำได้ 20 ครั้งเป็นอันดับ 8 ร่วม แต่ปัญหาคือทีมบุกที่จืดชืด ทำแต้มเฉลี่ยต่อเกมแค่ 18.6 แต้ม น้อยที่สุดเป็นอันดับ 27 ของลีก

พวกเขาจะต้องเจอกับ ลอสแองเจลิส แรมส์ ทีมที่ขับเคลื่อนด้วยคู่หูมหากาฬ แมตธิว สแตฟฟอร์ด และ ปูกา นาคัว ที่ทำระยะในเกมรุกกระจาย แต่จุดน่าเป็นห่วงคือช่วงหลังแผ่วปลาย เกมรับเสียแต้มเยอะในช่วง 5 เกมหลังสุด

บทวิเคราะห์: แม้ว่าคู่นี้แรมส์จะดูเหนือกว่า แต่ด้วยฟอร์มเกมรับ 5 เกมหลังสุดก็ถือว่ามีรอยรั่วไม่น้อย ฉะนั้นแพนเธอร์สก็ยังมีโอกาสจะเป็นผู้ชนะได้เช่นกัน

คู่ที่ 2: Chicago Bears (2) vs Green Bay Packers (7) ชิคาโก แบร์ส ทีมที่จบอันดับ 2 ของสาย NFC จุดแข็งของพวกเขาคือเรื่องของความสมดุล มีเกมบุกโดยรวมเป็นอันดับ 3 ของลีก ซึ่งโดดเด่นเกมวิ่งของพวกเขา และยังเป็นทีมที่มีผลต่างได้เสียเทิร์นโอเวอร์ +22 ที่เรียกได้ว่าเป็นสถิติระดับทีมแชมป์ได้เลย แต่ก็ต้องระวังเกมรับที่เสียระยะ 357.3 หลาต่อเกม สูงเป็นอันดับที่ 28 เลย

ขณะที่ยักษ์หลับอย่าง กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ทีมที่อายุเฉลี่ยน้อยที่สุดในลีก ที่มีสมดุลที่ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ เกมบุกอยู่อันดับ 10 และเกมรับอยู่อันดับ 11 และลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอ

บทวิเคราะห์: การเจอกันของ 2 ทีมจาก NFC North นั้น แบร์ส อาจจะมีภาษีที่ดีกว่าในเรื่องความเขี้ยวในการครองบอล ถ้าใช้จุดนี้ในการจัดการทีมพลังหนุ่มของกรีนเบย์ ที่อาจจะมีการตื่นสนามอยู่บ้าง อาจจะทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายชนะได้ไม่ยาก

คู่ที่ 3: Philadelphia Eagles (3) vs San Francisco 49ers (6) ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ เข้ารอบมาด้วยสถิติชนะ 11 แพ้ 6 ปีนี้พวกเขามีจุดเด่นคือความชัวร์ในพื้นที่สุดท้าย ที่ถ้าเข้าถึงเรดโซนได้ จะทำทัชดาวน์ได้มากถึง 70.73 เปอร์เซ็นต์ สูงเป็นอันดับ 1 ของลีก รวมถึงเกมรับในการป้องกันเกมขว้างที่เหนียวแน่น แต่ปัญหาของพวกเขาก็อยู่ที่เกมรุกเช่นกันเพราะเสียเทิร์น 3 & Out 29.2 ครั้งต่อเกม แย่ที่สุดในลีกเลยด้วย

ส่วนคู่แข่งอย่าง ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนน์เนอร์ส ยังคงเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะเกมขว้างเป็นอันดับ 4 ของลีก และทำแต้มได้สูงเป็นอันดับ 8 ของลีก ทว่าปัญหาคือเรื่องอาการบาดเจ็บของผู้เล่นในทีม โดยเฉพาะตัวหลักในทีมรับ ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่ทำสถิติแซ็คได้น้อยที่สุดในลีก (18 ครั้ง)

บทวิเคราะห์: ก็ต้องบอกว่านี่คือคู่ที่น่าสนใจที่สุดของรอบไวลด์การ์ดเลยก็ว่าได้ แม้ว่าโฟร์ตี้ไนน์เนอร์ส จะมีเกมรุกที่ดีกว่า แต่เกมรับที่เป็นรูโหว่ก็พร้อมจะโดน จาเลน เฮิร์ทส์ ของอีเกิ้ลส์สร้างโอกาสให้กับทีมของเขาได้มากเช่นกัน โดยเฉพาะถ้าเข้าเรดโซนได้ ก็แทบจะการันตีทัชดาวน์

ส่งท้ายรอบไวลด์การ์ดปีนี้ เต็มไปด้วยคู่แข่งขันที่ "แพ้ทาง" กันเองอย่างชัดเจน ทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นต้องเจอกับทีมบุกระเบิดเถิดเทิง หรือทีมรุคกี้ต้องพิสูจน์ตัวเองกับทีมเขี้ยวลากดิน สุดท้ายแล้วในรอบเพลย์ออฟ ทีมที่ "ผิดพลาดน้อยที่สุด" มักจะเป็นผู้ชนะเสมอ

แฟนๆ อเมริกันฟุตบอลห้ามกระพริบตา รับชมการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล NFL ได้ด้วยการสมัครแพ็คเกจ PLAY SPORTS ราคา 599 บาท/เดือน (ไม่รวม VAT) เปิดทางสู่คอนเทนต์กีฬาระดับโลกและช่องพรีเมียม อาทิ กอล์ฟ (PGA Tour, LPGA Tour), เทนนิส ATP Tour, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, อเมริกันฟุตบอล NFL, บาสเก็ตบอล NBA รวมถึงคอนเทนต์บันเทิงจาก Prime Video และ Monomax ลูกค้ามือถือสมัครกด *678*88 โทรออก หรือที่ https://www.ais.th/con…/entertainment/ais-play/play-sports

News Correspondent