วิเคราะห์จับสลาก UCL : ใครงานหนัก? ใครงานเบา?

Guy Tanapon

วิเคราะห์จับสลาก UCL : ใครงานหนัก? ใครงานเบา? image

รูปแบบใหม่ของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้รับเสียงชื่นชมอย่างเกือบเป็นเอกฉันท์ในฤดูกาลที่ผ่านมา และสำหรับฤดูกาล 2025/26 ยูฟ่า ก็ได้ดำเนินคอนเซ็ปต์นี้ต่อไป

ในงานจับสลากแชมเปียนส์ลีกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม มีการประกาศผลชะตากรรมของผู้เข้าร่วมในรอบลีกทั้งหมด 36 ทีม ตั้งแต่สโมสรใหญ่ที่สุดในโลก จนถึง 6 ทีมที่ได้เข้ามาแข่งขันเป็นครั้งแรกในเวทีสูงสุดของยุโรปนี้

รูปแบบการแข่งขันใหม่ได้ยกเลิกรอบแบ่งกลุ่มแบบเก่า โดยแต่ละทีมจะต้องเจอกับคู่แข่ง 8 ทีมจากทั่วทุกมุมยุโรป โดยจะได้เจอทีมจาก 4 โถ (Pot) ซึ่งแบ่งตามระดับของสโมสร

แม้ว่าทุกทีมจะได้เจอกับงานที่ยากง่ายต่างกัน แต่ก็ยังมีความไม่สมดุลเกิดขึ้นได้บ้างอยู่ดี ทาง Sporting News ได้วิเคราะห์การจับสลากและนำเสนอทีมที่มีเส้นทางการแข่งขันที่ง่ายและยากที่สุดสำหรับการเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ตามอ่านต่อได้ที่นี่

ผู้ชนะและผู้แพ้ในการจับสลากยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

ผู้ชนะ: อาแจ็กซ์, อาร์เซนอล, สเปอร์ส

ทีมที่โชคดีได้เจอกับทีมจากโถ 1 อย่าง อินเตอร์ มิลาน, เชลซี หรือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ถึงแม้ว่าทีมเหล่านี้จะไม่ใช่ทีมง่ายที่จะเก็บ 3 แต้ม แต่อย่างไรก็ตามในแง่ของชื่อชั้นแล้ว ยังถือว่างานไม่หนักเท่ากับเจอ เปแอสเช, บาร์เซโลนา หรือ เรอัล มาดริด

ทีมเดียวที่สามารถจับได้ทีมที่ต้องการมากถึง 2 ทีมจาก 3 ทีมในโถ 1 คือทีมใหญ่จากฮอลแลนด์ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทำให้พวกเขาดูเหมือนจะมีเส้นทางการแข่งขันที่ง่ายที่สุดในสนามนี้

พวกเขาจะเล่นเกมเยือนกับ เชลซี และได้เล่นในบ้านกับ อินเตอร์ มิลาน จากโถ 2 พวกเขาได้ เบนฟิก้า และ บียาร์เรอัล ซึ่งเป็นเกมที่สามารถชนะได้

ในโถที่ 3 เจอ โอลิมเปียกอส และ โอลิมปิก มาร์กเซย และจะต้องพบกับ กาลาตาซาราย และ คาราบัค ในโถที่ 4 ซึ่งโดยรวมแล้วเส้นทางนี้ดูนุ่มนวลและมีโอกาสผ่านเข้ารอบสูงเลยทีเดียว

ทั้งสองสโมสรจากลอนดอนเหนืออย่าง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ และ อาร์เซนอล ก็ได้รับโปรแกรมที่ไม่ยากเช่นกัน โดยที่ไอ้ปืนใหญ่ ซึ่งอยู่ในโถ 2 พวกเขาจะได้เล่นที่บ้านเจอกับ บาเยิร์น มิวนิค และไปเยือน อินเตอร์ มิลาน จากโถ 1 จากนั้นจะกลับมาเล่นในบ้านกับ แอตเลติโก้ มาดริด และไปเยือน คลับ บรูช จากโถ 2

Arsenal midfielder Declan Rice gives a thumbs-up to the crowd

เกมที่เหลือ พวกเขาจะได้เล่นในบ้านกับ โอลิมเปียกอส และ ไครัต ในขณะที่ 2 นัดสุดท้ายพวกเขาจะไปเยือน สลาเวีย ปราก และ แอธเลติก บิลเบา

โธมัส แฟรงค์ จะได้มีโอกาสเล่นแชมเปียนส์ลีกครั้งแรกในฐานะโค้ชของ ท็อตแนม ซึ่งเป็นทีมที่อยู่ในโถ 3 พวกเขาจะได้เล่นในบ้านกับ ดอร์ทมุนด และเดินทางไปพบปะกับแชมป์เก่าอย่าง เปแอสเช จากโถ 1 ซึ่งเป็นเกมที่น่าหนักพอสมควร

หลังจากนั้น เส้นทางจะง่ายขึ้น พวกเขาจะเล่นในบ้านเจอกับ บียาร์เรอัล, สลาเวีย ปราก และ เอฟซี โคเปนเฮเก้ ในลอนดอน และไปเยือน ไอนด์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต, โบโด/กลิมท์ และ โมนาโก

เส้นทางจับสลากที่ง่ายที่สุดสำหรับแชมเปี้ยนส์ลีก 2025/26

อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม: อินเตอร์ มิลาน (เหย้า), เชลซี (เยือน), เบนฟิก้า (เหย้า), บียาร์เรอัล (เยือน), โอลิมเปียกอส (เหย้า), โอลิมปิก มาร์กเซย (เยือน), กาลาตาซาราย (เหย้า), คาราบัค (เยือน)

อาร์เซนอล: บาเยิร์น มิวนิค (เหย้า), อินเตอร์ มิลาน (เยือน), แอตเลติโก้ มาดริด (เหย้า), คลับ บรูช (เยือน), โอลิมเปียกอส (เหย้า), สลาเวีย ปราก (เยือน), ไครัต (เหย้า), แอธเลติก บิลเบา (เยือน)

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เหย้า), เปแอสเช (เยือน), บียาร์เรอัล (เหย้า), ไอนด์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต (เยือน), สลาเวีย ปราก (เหย้า), โบโด/กลิมท์ (เยือน), เอฟซี โคเปนเฮเก้ (เหย้า), โมนาโก (เยือน)

ผู้แพ้: เปแอสเช, เรอัล มาดริด, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน,คลับ บรูช

ในขณะที่ทีมที่ได้กล่าวมาข้างต้นถือเป็นทีมที่โชคดี แต่ก็มีหลายสโมสรที่ต้องหวาดกลัวเส้นทางที่รออยู่ในโถ 1 ซึ่งมีแต่ทีมเต็งจ๋า และในโถ 2 ก็มีทีมที่เป็นม้ามืดอยู่ไม่น้อยเลย

ใครที่จับได้ อาร์ซนอล ในโถ 2 จะรู้ว่ากำลังเจองานยาก ในขณะที่ ยูเวนตุส และ แอตเลติโก้ มาดริด ก็จัดว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ส่วนในโถที่ 3 ทีมที่ดูจะหนักสุด ๆ ก็ สเปอร์ส และ นาโปลี ในขณะที่การเดินทางไปเอเธนส์เพื่อเผชิญหน้ากับ โอลิมเปียกอส ก็เป็นงานหนักไม่แพ้กัน

ส่วนโถ 4 ไม่ได้ถือว่ามีทีมที่โหด ๆ เยอะมาก นอกจากจะจับได้ นิวคาสเซิล หรือ กาลาตาซาราย นอกจากนี้การเดินทางที่ไกลมากไปที่ทีมหน้าใหม่ ไครัต ที่มาจากคาซัคสถาน ก็อาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางทีม

แล้วทีมไหนบ้างที่จะต้องเจอกับงานยากบ้าง? จริง ๆ แล้วสำหรับทีมใหญ่ ๆ พวกเขาอาจจะไม่ต้องรู้สึกแบบนั้น แต่ เปแอสเช และ เรอัล มาดริด สองแชมป์เก่าสุดท้าย จะต้องเจอเส้นทางที่ยากจริง ๆ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการตกรอบเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา

ชาบี อลอนโซ จะต้องเจอกับการเดินทางไปเยือน แอนฟิลด์ เผชิญหน้ากับ ลิเวอร์พูล ในขณะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะต้องเจอกับทีมเก่าที่แฟน ๆ ไม่ค่อยโอเคกับการย้ายทีมของเขา

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เรอัล มาดริด

นอกจากนี้ยังต้องมีเกมในบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งที่เจอกันบ่อยมากในหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะเลี่ยงได้บางทีมอย่าง อาร์เซนอล และ ท็อตแนม แต่ก็ต้องเจอกับ ยูเวนตุส จากโถ 2 และยังต้องเดินทางไปที่กรีซและคาซัคสถานอีกด้วย

สำหรับแชมป์เก่าเปแอสเช พวกเขาจะเดินทางไปเยือน คัมป์นู โฉมใหม่เพื่อพบ บาร์เซโลนา และได้เล่นในบ้านกับ บาเยิร์น มิวนิค จากโถ 1 ส่วนคู่แข่งในโถ 2 คือ อตาลันต้า และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ซึ่งทั้งคู่เพิ่งขายผู้เล่นสำคัญในตลาดซื้อขายซัมเมอร์ไปหลายคน

แต่พวกเขาจะได้เล่นในบ้านกับ สเปอร์ส และ นิวคาสเซิล จากหม้อที่ต่ำกว่า เปแอสเช ไม่ได้จับได้ทีมในระดับล่างสุดมาเลยสักทีม โดยดึงเพราะพวกเขาได้ สปอร์ติง ลิสบอน และ บิลเบา มาจากโถ 3 และ 4 ตามลำดับ

นิวคาสเซิล ก็จับสลากเจองานหนักเหมือนกัน เริ่มจากโถที่ 1 ที่เจอ บาร์เซโลนา กับ เปแอส เกมที่น่าจะชนะได้ก็มีเกมเจอ เบนฟิก้า จากโถ 2 และ เลเวอร์คูเซน ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนอยู่ในซีซั่นนี้ เพราะเสียผู้เล่นตัวเก่ง ๆ ไปหลายคน ในขณะที่โถ 3 และ 4 จะต้องเจอกับ มาร์กเซย, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น, บิลเบา และ อูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ ซึ่งเป็นคู่แข่งที่ยากพอตัวในการจะเอาชนะ

และยังน่าจับตามองการคุมทีมของ เอริค เทน ฮาก ที่เริ่มฤดูกาลแรกกับ เลเวอร์คูเซน ด้วย เพราะว่าพวกเขาจับได้เจอ เปแอสเช และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากโถ 1 ส่วนโถ 2 ไม่หนักเกินไป มี บียาร์เรอัล ที่ได้เล่นในบ้าน และไปเยือน เบนฟิก้า

แต่เกมรอบหลังเป็นงานยากไม่แพ้กัน ต้องไปเยือน โอลิมเปียกอส จากโถ 3 และเล่นในบ้านกับ พีเอสวี และ นิวคาสเซิล รวมถึงต้องเดินทางไป โคเปนเฮเก้น ด้วย

การจับสลากที่โหดร้ายที่สุดตกเป็นของ คลับ บรูช จากโถ 2 พวกเขาจะเจอกับ บาร์เซโลนา และ บาเยิร์น มิวนิค จากโถ 1 และต้องสู้กับ อาร์เซนอล และ อตาลันต้า จากโถ 2 ในโถ 3 จะเจอกับ มาร์กเซย และ สปอร์ติง ลิสบอน แถมต้องเดินทางไปคาซัคสถานและรับมือ โมนาโก ในบ้านด้วย

เส้นทางจับสลากที่ยากที่สุดสำหรับแชมเปี้ยนส์ลีก 2025/26

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน: เปแอสเช (เหย้า), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เยือน), บียาร์เรอัล (เหย้า), เบนฟิก้า (เยือน), พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น (เหย้า), โอลิมเปียกอส (เยือน), นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (เหย้า), เอฟซี โคเปนเฮเก้น (เยือน)

คลับ บรูช: บาร์เซโลนา (เหย้า), บาเยิร์น มิวนิค (เยือน), อาร์เซนอล (เหย้า), อตาลันต้า (เยือน), มาร์กเซย (เหย้า), สปอร์ติง ลิสบอน (เยือน), โมนาโก (เหย้า), ไครัต (เยือน)

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด: บาร์เซโลนา (เหย้า), เปแอสเช (เยือน), เบนฟิก้า (เหย้า), ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (เยือน), โอลิมปิก มาร์กเซย (เหย้า), พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น (เยือน), แอธเลติก บิลเบา (เหย้า), อูนิโอน แซงต์-ชิลลัวส์ (เยือน)

เปแอสเช: บาเยิร์น มิวนิค (เหย้า), บาร์เซโลนา (เยือน), อตาลันต้า (เหย้า), ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (เยือน), ท็อตแนม ฮ็อตสเปอรื (เหย้า), สปอร์ติง ลิสบอน (เยือน), นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (เหย้า), แอธเลติก บิลเบา (เยือน)

เรอัล มาดริด: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เหย้า), ลิเวอร์พูล (เยือน), ยูเวนตุส (เหย้า), เบนฟิก้า (เยือน), โอลิมปิก มาร์กเซย (เหย้า), โอลิมเปียกอส (เยือน), โมนาโก (เหย้า), ไครัต (เยือน)

บทความที่เกี่ยวข้อง

Guy Tanapon

 นักเขียน The Sporting News Thailand ผู้รักการดูฟุตบอล, ดูหนัง, ฟังเพลง และตีดอท