30 ปีแห่งเกียรติยศ : ย้อนรอยประวัติศาสตร์ศึกชิงแชมป์ลูกหนังอาเซียน

Francis Phumin

30 ปีแห่งเกียรติยศ : ย้อนรอยประวัติศาสตร์ศึกชิงแชมป์ลูกหนังอาเซียน  image

การจับสลากแบ่งสายศึกฟุตบอล ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ซึ่งถือเป็นวาระครบรอบ 30 ปีของการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน จะจัดขึ้น ณ กรุงจาการ์ตาในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นนับถอยหลังสู่การแข่งขันของทัวร์นาเมนต์ที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การแข่งขันครั้งที่ 16 นี้ จะเปิดฉากด้วยรอบเพลย์ออฟในเดือนมิถุนายน และจะทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้นเมื่อรอบแบ่งกลุ่มเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม โดยการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นหลังจากผ่านไป 30 ปี นับตั้งแต่ ทีมชาติไทย คว้าแชมป์สมัยแรกได้ที่ประเทศสิงคโปร์ จากประตูชัยของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

นับตั้งแต่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้น ณ สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ ทัวร์นาเมนต์นี้ได้พัฒนาขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาโดยตลอด มีการทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องพร้อมกับมาตรฐานที่สูงขึ้น จนกลายเป็นการแข่งขันที่เป็นเสมือน "อัญมณีประดับมงกุฎ" แห่งวงการฟุตบอลอาเซียนอย่างแท้จริง

1996

ชาติสมาชิก 10 ชาติจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มารวมตัวกันที่สิงคโปร์เพื่อร่วมการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนครั้งแรก โดย ทีมชาติไทย สามารถคว้าแชมป์สมัยแรกไปครองได้สำเร็จ จากการเอาชนะ มาเลเซีย 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ จากการยิงไกลของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองที่ทำให้ทัพ "ช้างศึก" สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของภูมิภาค

1998

เวียดนามรับหน้าที่เจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ 2 ปี โดยในขณะนั้นทีมเจ้าภาพของ อัลเฟรด รีเดิล ถูกยกให้เป็นตัวเต็งที่จะคว้าถ้วยรางวัล แต่ทว่า สิงคโปร์ ทีมที่ถูกมองข้ามกลับทำลายความหวังนั้นด้วยการหักปากกาเซียนทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่ฮานอย

ซึ่ง รามู ซาซิกุมาร์ กองหลังของทีมทำประตูโทนของเกมให้ สิงคโปร์ ชนะไป 1-0 คว้าชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์มาครอง โดยประตูชัยนี้ถูกขนานนามว่า "ไหล่พระเจ้า" เนื่องจากลูกบอลไปโดนหลังของ ซาซิกุมาร์ เข้าประตูไปหลังจากจังหวะปะทะกลางอากาศกับผู้รักษาประตู

2000

ประเทศไทยกลับมาทวงคืนบัลลังก์ฟุตบอลอาเซียนอีกครั้ง ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันเป็นครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ วิธ ทีมชาติไทยโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนือชั้นตลอดทัวร์นาเมนต์ โดยมี "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เป็นตัวชูโรงพาทีมทะลุเข้าชิงชนะเลิศ ก่อนจะถล่ม อินโดนีเซีย ไปขาดลอย 4-1 ที่กรุงเทพฯ โดยในนัดนี้ วรวุฒิ ศรีมะฆะ ยังสามารถทำแฮตทริกได้อีกด้วย

2002

นับเป็นครั้งที่ 3 จากการแข่งขัน 4 ครั้ง ที่ ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายชูถ้วยแชมป์อาเซียน ในการแข่งขันที่ อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพร่วม อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ทัพช้างศึกต้องลุ้นถึงการดวลจุดโทษเพื่อตัดสินชัยชนะ และเป็น ดุสิต เฉลิมแสน ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษลูกสุดท้ายพา ไทย ชนะ อินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

2004

การแข่งขันครั้งที่ 5 มีการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ โดยในรอบแบ่งกลุ่มจะเล่นที่ เวียดนาม และ มาเลเซีย ส่วนรอบน็อคเอาท์เปลี่ยนมาเตะแบบ เหย้า-เยือน และเป็น สิงคโปร์ ที่คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ต่อจากปี 1998 โดยลูกทีมของ ราดจ์โก อัฟราโมวิช ฉลองชัยอย่างยิ่งใหญ่ในบ้านด้วยการเอาชนะ อินโดนีเซีย 2-1 ในเลกที่สอง รวมผลสองนัดชนะไปขาดลอย 5-2 ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง

2007

สิงคโปร์ ยังคงรักษาฟอร์มอันแข็งแกร่งต่อเนื่องมาถึงการแข่งขันครั้งที่ 6 จนสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ โดยมี โนห์ อลัม ชาห์ เป็นกองหน้าตัวเก่งผู้นำทีมป้องกันแชมป์ เขาทำประตูแรกใส่ทีมชาติไทยในนัดชิงชนะเลิศเลกแรก ก่อนที่ สิงคโปร์ จะคว้าชัยไปด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-2

2008

ประวัติศาสตร์บทใหม่เกิดขึ้นในปี 2008 เมื่อมีชื่อแชมป์หน้าใหม่ปรากฏขึ้นนั่นคือ เวียดนาม ภายใต้การนำทัพของยอดกองหน้าอย่าง เล กง วินห์ ทัวร์นาเทนต์ทัพดาวทองลบความผิดหวังจากความพ่ายแพ้ในปี 1998 ได้อย่างดราม่า ด้วยประตูของ กง วินห์ ในนาทีที่ 94 ของนัดชิงชนะเลิศ เลกสอง ทำให้ เวียดนาม เอาชนะ ไทย ไปด้วยสกอร์รวม 3-2 คว้าแชมป์สมัยแรกไปครองหลังจากรอยคอยมาอย่างยาวนาน

2010

การแข่งขันครั้งนี้ได้แชมป์หน้าใหม่อีกครั้ง โดยเป็น มาเลเซีย ที่ขัดขวาง อินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ทีมของ คริสเตียน ราชาโกปาล ผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะโค่นแชมป์เก่าอย่าง เวียดนาม ในรอบรองชนะเลิศ และเอาชนะ อินโดนีเซีย ในนัดตัดสินด้วยสกอร์รวม 4-2 โดยมี ซาฟี ซาลี ทำคนเดียว 3 ประตูพาทีมคว้าชัย

2012

สิงคโปร์ สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรอบ 16 ปีของรายการนี้ เมื่อทีมของ อัฟราโมวิช คว้าแชมป์ได้อีกครั้ง เมื่อพวกเขาต้องดวลกับอดีตแชมป์ 3 สมัยอย่างทีมชาติไทย แต่ทว่า ชัยชนะ 3-1 ในเลกแรกกลายเป็นจุดตัดสินสำคัญ เพราะแม้จะกลับมาเตะที่กรุงเทพฯ ในเลกที่สอง แต่ สิงคโปร์ ก็ยังยันเอาไว้ได้ ก่อนจะชนะไปด้วยสกอร์รวม 3-2 คว้าแชมป์สมัยที่ 4 ไปครอง

2014

ด้วยพลังการสร้างสรรค์เกมของดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทีมชาติไทยกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อาเซียนได้เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ ด้วยการเอาชนะมาเลเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ โดย ไทย ที่ตุนความได้เปรียบจากการชนะ 2-0 ในนัดแรกที่กรุงเทพฯ ก่อนจะปิดจ๊อบด้วยสกอร์รวม 4-3 คว้าแชมป์สมัยที่ 4 เทียบเท่าสถิติสูงสุด ซึ่งลูกยิงช่วงท้ายเกมของ ชนาธิป ที่กัวลาลัมเปอร์ถือเป็นประตูสำคัญที่ตัดสินชัยชนะครั้งนี้

2016

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญพา ทีมชาติไทย ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และสร้างสถิติคว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 5 มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเขาเป็นผู้ส่งบอลให้ ธีรศิลป์ แดงดา ทำประตูพาทีมคว้าชัยในปีนี้

ขณะที่ อินโดนีเซีย ที่เข้าชิงเป็นครั้งที่ 5 และกุมความได้เปรียบจากการชนะในเลกแรก 2-1 แต่ในนัดที่สอง สิโรจน์ ฉัตรทอง เหมาคนเดียวสองประตูพา ไทย พลิกคว้าแชมป์ไปและทำให้ อินโดนีเซีย ยังคงต้องรอคอยแชมป์สมัยแรกต่อไป

2018

ในปี 2018 มีการเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันอีกครั้ง โดยในรอบแบ่งกลุ่มใช้ระบบ เหย้า-เยือนสลับกันไป และครั้งนี้เป็น เวียดนาม ที่คว้าแชมป์สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จหลังจากรอคอยมานาน 10 ปี ภายใต้การนำของกุนซือชาวเกาหลีใต้ พาร์ค ฮัง-ซอ ที่พานักเตะสายเลือดใหม่เอาชนะ มาเลเซีย ในนัดชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 3-2

2020

วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การแข่งขันต้องเลื่อนมาจัดในปี 2021 โดยใช้ระบบบับเบิลที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ แต่สถานการณ์นี้ก็ไม่อาจหยุดยั้ง ทีมชาติไทย จากการคว้าแชมป์สมัยที่ 6 มาครองได้ ซึ่ง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งพาทีม ไทย ถล่ม อินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวมขาดลอย 6-2

2022

ทีมชาติไทย เพิ่มสถิติการคว้าแชมป์อาเซียนเป็นสมัยที่ 7 ในปี 2022 เมื่อทัวร์นาเมนต์กลับมาใช้ระบบเหย้า-เยือน ในรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้งหลังผ่านพ้นช่วงโรคระบาด ธีราทร บุญมาทัน มิดฟิลด์สารพัดประโยชน์ ทำประตูโทนในนัดชิงชนะเลิศเลกสองที่ปทุมธานี ช่วยให้ ไทย เฉือนชนะ เวียดนาม 1-0 และชนะไปด้วยสกอร์รวม 3-2

vietnam champions aff cup trophy 010625

2024

เวียดนาม ล้างแค้นจากการพ่ายแพ้ต่อไทยเมื่อสองปีก่อนได้สำเร็จ โดยกุนซือ คิม ซัง-ซิก ทำผลงานเดินตามรอยความสำเร็จของ พาร์ค ฮัง-ซอ ด้วยการพาทัพ "นักรบดาวทอง" คว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 3

ครั้งนี้ เหงียน ซวน เซิน กลายเป็นดาวเด่นของรายการด้วยการทำ 7 ประตู ขณะที่ประตูของ เหงียน ไฮ ลอง ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของนัดชิงชนะเลิศ เลกที่สอง ช่วยตอกย้ำชัยชนะ 3-2 และพา เวียดนาม ชนะด้วยสกอร์รวม 5-3 ก่อนคว้าแชมป์ไปอย่างยิ่งใหญ่

บทความที่เกี่ยวข้อง

Contributing Writer