จุดกำเนิด วิตินญา : วันที่เปแอสเชเลือกแยกทาง เมสซี, เนย์มาร์, เอ็มบัปเป้ เพื่อหนุนจอมทัพโปรตุกีส

Nopphasin Kulabburi

จุดกำเนิด วิตินญา : วันที่เปแอสเชเลือกแยกทาง เมสซี, เนย์มาร์, เอ็มบัปเป้ เพื่อหนุนจอมทัพโปรตุกีส image

"ไม่ใช่แค่ไม่ดี...แต่นายกำลังทำร้ายฉัน" คำพูดนี้แม้ไม่เคยได้รับการยืนยัน แต่ถูกเล่าขานว่าเป็นเสียงจาก ลิโอเนล เมสซี ที่กล่าวกับ วิตินญา ในสนามซ้อมของปารีส แซงต์-แชร์กแมง ช่วงต้นปี 2023 หากเป็นเรื่องจริง นี่คงเป็นรีวิวกลางซีซั่นที่โหดร้ายที่สุดสำหรับดาวรุ่งที่กำลังพยายามหาที่ทางในทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์

แต่บางที ความผิดหวังของเมสซีในวันนั้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “พลังใหม่” ที่กำลังจะเปลี่ยนอนาคตของสโมสรแห่งเมืองหลวงฝรั่งเศสไปตลอดกาล...

ปลดแอกอีโก้ : จุดเปลี่ยนของเปแอสเช

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา PSG คือทีมที่นิยามตัวเองด้วยคำว่า “กาแล็กติกอส” ไม่แพ้เรอัล มาดริด พวกเขาทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าตัวซูเปอร์สตาร์อย่าง เนย์มาร์, เมสซี, เอ็มบัปเป้ และอีกหลายชื่อระดับโลกเข้ามา แต่สิ่งที่ไม่เคยมาเยือน Parc des Princes คือ “ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก”

ในวันที่เปแอสเชตกรอบแชมเปียนส์ลีกปี 2023 ความผิดหวังล้นหลามเริ่มทำให้สโมสรต้องคิดใหม่ และชื่อของ “หลุยส์ เอ็นริเก้” คือผู้ที่เข้ามาเขียนบทใหม่ให้กับสโมสร… ไม่ใช่ด้วยการหานักเตะดังเพิ่ม แต่คือการ “ลดตัวตน” และสร้างทีมที่สมดุล

การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจาก “การเลือก” … และการเลือกของเอ็นริเก้ คือการวาง “วิตินญา” เป็นศูนย์กลางของแผนทั้งหมด

เด็กที่โดนเมินจากอังกฤษ สู่หัวใจของทีมแชมป์ยุโรป

วิตินญา เคยเป็นเพียงดาวรุ่งชาวโปรตุเกส ที่วูล์ฟแฮมป์ตันไม่คิดว่า “ดีพอ” สำหรับพรีเมียร์ลีกในปี 2021 เขาได้ลงสนามเพียงน้อยนิด ก่อนที่สโมสรจะปฏิเสธใช้ออปชันซื้อขาดด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโรแต่ชีวิตก็เหมือนฟุตบอล มีโอกาสให้แก้ตัวเสมอ

วิตินญากลับปอร์โต้ ได้แชมป์ดับเบิ้ลแชมป์ และกลายเป็นดาวรุ่งแห่งปีของลีกโปรตุเกส ก่อน PSG จะจ่ายค่าฉีกสัญญา 41.5 ล้านยูโรเพื่อพาเขามาสู่ปารีสในปี 2022

ฤดูกาลแรกไม่ง่ายเขาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมที่เต็มไปด้วยตัวตนอย่าง เมสซี, เนย์มาร์ และเอ็มบัปเป้ ได้เลย และเคยตกเป็นข่าวว่าถูก “กลุ่มผู้นำ” ของทีมมองว่าเป็นแข้งคุณภาพต่ำ แต่ในวันที่ทั้งสามจากไป วิตินญาไม่เพียงอยู่รอด แต่เขากลับ เฉิดฉาย

คอนดักเตอร์ตัวเงียบ :ที่ขับเคลื่อน PSG ยุคใหม่

ทีมของเอ็นริเก้ในปี 2024 ไม่ใช่ทีมที่มีชื่อใหญ่โต แต่เป็นทีมที่มีโครงสร้างแข็งแกร่ง และหัวใจของโครงสร้างนั้นคือ วิตินญา

เขาไม่ใช่ผู้เล่นที่มีสถิติยิงประตูหวือหวา แต่เขาคือคนที่วิ่งมากที่สุดในทีม, ส่งบอลสำเร็จมากที่สุดในแชมเปียนส์ลีก และสามารถเร่งหรือชะลอจังหวะเกมได้ตามใจต้องการ

เขาคือ “ผู้ควบคุมจังหวะ” แบบที่ฟุตบอลยุคใหม่เรียกว่า Pivot เขาไม่จำเป็นต้องยิงให้แฟนเฮ  เพราะเขาสร้างจังหวะให้คนอื่นทำแบบนั้น

และในนัดชิงที่มิวนิก กับอินเตอร์ มิลาน วิตินญาก็แสดงให้ทั้งโลกเห็นว่า เหตุใด เปแอสเชจึงเลือกเขา เขาคือคนเปิดบอลเร็วให้ ดีไซร์ ดูเอ้ ทำประตูแรก เขาคือคนจ่ายทะลุช่องให้เพื่อนยิงปิดกล่อง เขาคือผู้เล่นที่ “เปลี่ยนเกม” ได้โดยไม่ต้องยิงเอง

ไม่ใช่แค่เล่นดี — แต่คือการ “ถูกเลือก” แล้วตอบแทนด้วยความเชื่อใจ

ในฟุตบอลระดับสูง การเล่นดีไม่พอ ต้องมี “ความเชื่อใจ” จากโค้ชด้วย และเอ็นริเก้ให้สิ่งนั้นกับวิตินญาเต็มร้อย

“วิตินญาคือหัวใจของเรา เขาไม่เสียบอลง่าย มีความแกร่งทางกายภาพ และมีจิตใจที่ยอดเยี่ยม” — หลุยส์ เอ็นริเก้ กล่าวไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์

ในวันที่เปแอสเชไม่มีเมสซี, ไม่มีเนย์มาร์, และอาจไม่มีเอ็มบัปเป้ในฤดูกาลหน้า ทีมนี้ยังคงคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ และไปถึงฝั่งฝันในเวทียุโรป ด้วยการมีวิตินญาเป็นแกนกลาง

วันที่เขาคือคำตอบ

4ปีหลังจากเป็นแค่ตัวสำรองนาที 77 ของวูล์ฟส์ วิตินญาในวันนี้คือผู้เล่นที่ “ทำให้ทุกอย่างในสนามง่ายขึ้น” สำหรับเพื่อนร่วมทีม

เขาอาจไม่ได้มีความเร็วสุดขีดไม่ได้มีชื่อเสียงหวือหวาไม่ได้มีแฟนคลับเป็นล้านแบบเมสซีแต่เขา “ถูกเลือก” ให้เป็นศูนย์กลางของทีมที่ต้องการมากกว่าแค่พรสวรรค์  แต่มองหาความกล้า, ความเข้าใจเกม และความนิ่งท่ามกลางความวุ่นวาย

บางทีวันนี้ ไม่ใช่แค่วิตินญาพิสูจน์ให้เห็นว่าเมสซีนั้นคิดผิด แต่อาจเป็นวันที่เปแอสเชค้นพบว่า การ “เลือกคนให้เหมาะกับระบบ” สำคัญกว่าการ “เลือกคนที่โลกบอกว่าดีที่สุด”และในระบบนั้น... วิตินญาคือคำตอบ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Nopphasin Kulabburi

นักเขียน Sporting News Thailand ที่ติดตามทั้งกีฬาฟุตบอล, บาสเก็ตบอล รวมถึงแวดวงอีสปอร์ต