มิโตมะผู้ฆ่ายักษ์ : เมื่อทีมมหา‘ลัย ล้มสโมสรเจลีก ในถ้วยเอฟเอ คัพญี่ปุ่น

Maruak Tanniyom

มิโตมะผู้ฆ่ายักษ์ : เมื่อทีมมหา‘ลัย ล้มสโมสรเจลีก ในถ้วยเอฟเอ คัพญี่ปุ่น image

เอฟเอคัพ ถือเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่มีมนต์ขลัง โดยเฉพาะการที่ทีมใหญ่ต้องกระเด็นตกรอบด้วยน้ำมือของทีมเล็ก ที่เรียกกันว่า “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” เป็นประจำทุกปี 

ทว่า ในอีกซีกโลกหนึ่งที่ญี่ปุ่นก็เคยมีเหตุการณ์ไม่ต่างจากนี้ รวมไปถึงในปี 2017 ที่ทีมมหาวิทยาลัยสามารถปราบทีมในเจลีก โดยมีเพชฌฆาตที่ชื่อว่า “คาโอรุ มิโตมะ” 

ติดตามเรื่องราวไปพร้อมกัน 

เมื่อทีมมหา‘ลัย ล้มสโมสรเจลีก ในถ้วยเอฟเอ คัพญี่ปุ่น

หากฟุตบอล เอฟเอคัพ คือฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ เอ็มเพอเรอร์สคัพ หรือถ้วยจักรพรรดิของญี่ปุ่น ก็มีสถานะไม่ต่างกัน เมื่อมันมีการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 1921 หรือกว่า 104 ปี 

นอกจากนี้คอนเซ็ปต์ของถ้วยจักรพรรดิ ก็ยังคล้ายกับ เอฟเอคัพ เมื่อเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ทุกทีมมีส่วนร่วม ทั้งสโมสรอาชีพ ทีมนอกลีก ไปจนถึงสโมสรสมัครเล่นอย่างทีมมหาวิทยาลัย หรือทีมโรงเรียนมัธยมปลาย

ทว่า การที่ทีมที่เป็นตัวแทนสถาบันการศึกษาจะลงเล่นในเอ็มเพอร์เรอร์สคัพได้ พวกเขาจำเป็นต้องคว้าแชมป์จังหวัด (ที่เป็นเหมือนรอบคัดเลือก) เพื่อคว้าโควต้านี้ แน่นอนว่าเส้นทางไม่ได้ง่าย เพราะนอกจากต้องแย่งกับมหาวิทยาลัยอื่นแล้ว (รวมถึงโรงเรียนมัธยม) ยังมีสโมสรอาชีพที่อยู่นอกลีก มาร่วมชิงชัย

แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีทีมจากมหาวิทยาลัยหลายทีม ที่สามารถฝ่าฟันเข้ามาเล่นในเอ็มเพอร์เรอร์สคัพได้ และ มหาวิทยาลัยสึคุบะ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ในปี 2017 พวกเขาได้สิทธิ์ลงเล่นในเอ็มเพอเรอร์สคัพรอบแรก จากตำแหน่งแชมป์จังหวัดอิบารากิ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ พวกเขามีสมาชิกคนหนึ่งที่ชื่อว่า คาโอรุ มิโตมะ 

ตอนนั้น มิโตมะ เรียนอยู่ในชั้นปี 2 ของ ม.สึคุบะ หลังสร้างเซอร์ไพรส์ ปฏิเสธสัญญาอาชีพจาก คาวาซากิ ฟรอนทาเล ด้วยเหตุผลว่ายังไม่พร้อมในเจลีก 

และพวกเขาก็สร้างปรากฎการณ์ได้ตั้งแต่รอบแรก ด้วยการเอาบุกไปเอาชนะ วายเอสซีซี โยโกฮามา ที่ตอนนั้นอยู่ในเจ3ลีก ด้วยสกอร์ 1-2 แบบหักปากกาเซียน 

อย่างไรก็ดี รอบ 2 คือของจริง เมื่อ ม.สึคุบะ ดันจับฉลากมาเจอกับ เวกัลตะ เซนได ที่เล่นอยู่ในเจ1ลีก เพราะถึงแม้ว่าทีมจากจังหวัดมิยางิ จะไม่ใช่ทีมชั้นนำ แต่การที่ทีมสมัครเล่นต้องดวลกับสโมสรจากลีกก็ไม่ต่างจากการเอาไม้ซี่ไปงัดไม้ซุง 

ทว่า ม.สึคุบะ ก็ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด เมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายออกนำตั้งแต่นาทีที่ 6 จากจังหวะที่ มิโตมะ ลากบอลจากฝั่งตัวเอง ก่อนจะหลบแข้ง เวกัลตะ ถึง 4 คน เข้าไปซัดผ่านมือ เคนทาโร เซกิ นายด่านของคู่แข่งเข้าไปอย่างสวยงาม 

ราวกับไปกระตุกหนวดเสือ เมื่อหลังจากนั้น เวกัลตะ เป็นฝ่ายพับสนามบุก ก่อนจะตามตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 31 จาก โยชิฮิโระ นาคาโนะ และพลิกแซงนำ 2-1 จาก นาคาโนะ คนเดิมในนาทีที่ 50 

แต่ ม.สึคุบะ ก็ไม่ยอมแพ้ พวกเขาพยายามเร่งทวงประตูคืน ก่อนจะมาสำเร็จในนาทีที่ 65 จากจังหวะเตะมุม ก่อนที่ เซอิยะ นาคาโนะ จะโหม่งเข้าไป 

ก่อนที่นาทีที่ 73 ม.สึคุบะ จะมาช็อคแฟนบอลเจ้าถิ่นในยัวร์เทค สเตเดียม เมื่อ เคนตะ นิชิซาวะ อาศัยความผิดพลาดของผู้เล่นเวกัลตะ แล้วจ่ายให้ มิโตมะ ยิงเล่นทางให้ทีมออกนำ 2-3 

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ และกลายเป็น ม.สึคุบะ ที่หักปากกาเซียน ด้วยการบุกไปเอาชนะ เวกัลตะ ถึงถิ่น พร้อมผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย 

ทั้งนี้ การผจญภัยของ ม.สึคุบะ และ มิโตมะ ยังไม่จบ เมื่อในรอบที่ 3 พวกเขายังสามารถเอาชนะ อวิสปา ฟูคูโอกะ ที่ตอนนั้นอยู่ใน เจ2ลีก ด้วยสกอร์ 2-1 แม้จะมาจอดป้ายด้วยน้ำมือของ อาร์มิยะ อาร์ดิจา ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ตาม 

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของ มิโตมะ เมื่อผลงานในเอ็มเพอเรอร์สคัพ ทำให้เขาถูกเรียกติดทีมมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น ไปแข่งฟุตบอลมหาวิทยาลัยโลก ในเดือนสิงหาคม แถมยังสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ

ก่อนที่ในกันยายน เขาจะได้รับการลงทะเบียนในฐานะโควต้าพิเศษ ของ คาวาซากิ ฟรอนทาเล ที่ปูทางให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของเจลีก ก่อนจะย้ายมาเติบโตในต่างแดนกับ ไบรท์ตัน ในพรีเมียร์ลีก และกลายเป็นผู้เล่นชาวญี่ปุ่นที่เก่งที่สุดอยู่ในขณะนี้ 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Editorial Team