รู้จัก 'ลาโวลเปียนา' แผนตั้งเกมที่เป๊ปหลงรัก และอาร์เซนอลกับลิเวอร์พูลก็ใช้

Guy Tanapon

รู้จัก 'ลาโวลเปียนา' แผนตั้งเกมที่เป๊ปหลงรัก และอาร์เซนอลกับลิเวอร์พูลก็ใช้ image

ในยุคที่ฟุตบอลเน้นแท็คติกจ๋าแบบนี้ การตั้งเกมหรือว่าบิวต์อัพเกมรุกถือว่าเป็นอะไรที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากว่าเจอทีมที่รับแน่น ๆ มันก็แทบจะหมดโอกาสเข้าไปทำประตูเลยทีเดียว

ดังนั้นเลยไม่แปลกที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมาก ๆ ในช่วงหลัง เพราะนี่คือทีมที่บิวต์อัพเกมเก่งและมีความหลากหลายมาก ๆ ซึ่งกลยุทธ์หลักที่ เป๊ป ใช้เป็นประจำก็คือ 'ลาโวลเปียนา'

คำ ๆ นี้ อาจจะไม่ใช่คำที่คุ้นหูแฟนบอลสักเท่าไหร่ ดังนั้นเราขอพาไปรู้จักกับสุดยอดการบิวต์อัพที่ แมนซิตี้, ลิเวอร์พูล หรือแม้กระทั่ง อาร์เซนอล ก็ใช้อย่าง ลาโวลเปียนา ให้มากขึ้น ตามอ่านต่อได้ที่นี่

อะไรคือ ลาโวลเปียนา?

อย่างที่ได้กล่าวไป การที่ทีม ๆ หนึ่งจะประสบความสำเร็จได้โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก ต้องมีวิธีการบิวต์อัพเกมรุกที่ดีมาก ๆ ซึ่งปัจจัยสำคัญเลยก็คือการเก็บบอลครองไว้กับทีมได้นานและการถ่ายบอลไปซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง ได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งวิธีที่ดีมาก ๆ ที่โค้ชอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอลา ใช้ก็คือ ลาโวลเปียนา (Lavolpiana) หรือว่า ซาลิดา ลาโวลเปียนา (Salida Lavolpiana) การบิวต์อัพเกมโดยดึงกองกลางตัวรับลงมาเป็นตัวเริ่มออกบอลเชื่อมเกม ในขณะที่แบ็คทั้งสองข้างจะเติมขึ้นไปทำเกมรุก ไม่ว่าจะวิ่งขึ้นไปด้านหน้าหรือว่าตัดเข้ากลาง

หากอ่านแล้วอาจจะไม่เห็นภาพ แต่ถ้าหากว่านึกถึงภาพของ โรดรี้ ลงต่ำมารับบอลระหว่างเซ็นเตอร์คู่ของ ซิตี้ แล้วคอยออกบอลไปตามจังหวะเกม หลาย ๆ คนก็น่าจะถึงบางอ้อ

หรือถ้าเป็นกับ อาร์เซนอล ก็จะเป็นนักเตะอย่าง ดีแคลน ไรซ์ มาทำแบบนั้น ในขณะที่กับ ลิเวอร์พูล ก็จะมี เคอร์ติส โจนส์ และ ไรอัน กราเวนเบิร์ช ที่รับหน้าที่ตรงนี้

จุดเริ่มต้นของ ลาโวลเปียนา

จุดเริ่มต้นของการทำเกมแบบ ลาโวลเปียนา ต้องย้อนกลับไปในช่วงท้ายอาชีพค้าแข้งของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่เขาได้มีโอกาสไปเล่นให้กับทีมในเม็กซิโกอย่าง โดราโดส เด ซินาลัว

ขณะนั้น กวาร์ดิโอลา ได้ศึกษาเกี่ยวกับฟุตบอลเม็กซิโกอย่างหนักหน่วง ทั้งในฐานะนักเตะ และในฐานะผู้จัดการทีมในอนาคตด้วย ซึ่งเขาก็ได้ไปติดใจกับการทำทีมของ ริคาร์โด้ ลา โวลเป้ กุนซือของทีมชาติเม็กซิโกในขณะนั้น

ลา โวลเป้ ทำทีมชาติเม็กซิโกได้ถูกใจ กวาร์ดิโอลา มาก ๆ เพราะในขณะนั้น เขาใช้วิธีบิวต์อัพเกมจากแดนหลัง โดยที่กองกลางตัวรับเข้ามาช่วยเล่นด้วย ซึ่งก็คือ ลาโวลเปียนา ในปัจจุบัน แต่กว่าจะทำแบบนั้นได้ ทีมก็ต้องผ่านการซ้อมอย่างหนักจนสมองและเท้าจดจำรูปแบบการเล่นได้เองโดยที่ไม่ต้องคิดหรือตัดสินใจอะไรนาน

ในเวลาต่อมา เป๊ป ที่ได้โอกาสมาเป็นโค้ชของ บาร์เซโลนา บี ก็ได้ใช้แท็กติกนี้กับทีมจนประสบความสำเร็จ เพราะนี่ถือว่าเป็นอะไรที่ใหม่มาก ๆ ในวงการฟุตบอลสเปนและฟุตบอลยุโรป

และเมื่อเขาได้โอกาสขึ้นคุมทีมชุดใหญ่ เป๊ป ก็เอา ลาโวลเปียนา มาใช้เหมือนเดิม แต่มันกลับมีคุณภาพมากขึ้นไปอีกเมื่อได้ใช้มันกองกลางมันสมองอย่าง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ซึ่งก็อย่างที่รู้กัน เขาทำหน้าที่ในแดนกลางได้ดีมาก ๆ ร่วมกับ ชาบี และ อิเนียสต้า

Sergio Busquets Barcelona

ลาโวลเปียนา มีดีอย่างไร?

แม้ว่าจะต้องใช้แรงกลางรับวิ่งมาเอาบอลจากแดนหลังหรือเริ่มจากประตู แต่ข้อดีของการทำแบบนี้นั้นถือว่ามีอยู่ไม่น้อยเลย

ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอ็อปชั่นให้กับเซ็นเตอร์แบ็คหรือว่าผู้รักษาประตูได้ออกบอลง่าย ๆ ไม่ต้องเสียงจ่ายบอลยาว ๆ ซึ่งอาจจะลดทอนความแม่นยำลงไป

สามารถดึงกองหน้าของฝั่งตรงข้ามให้ตามมาแล้วเปิดพื้นที่ตรงกลางไว้ แล้วให้กองกลางคนอื่นหรือว่าแบ็คทั้งสองข้ามเติมเข้ามาเล่นแทน ซึ่งจะเป็นการสร้างความสับสนให้กับอีกฝ่ายได้ดีมาก ๆ

นอกจากนี้ ยังเป็นการพาบอลขึ้นได้แดนหน้าได้ไวขึ้นมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงบอลขึ้นไปเอง ซึ่งกองหน้าจะกล้าเข้ามาแย่งน้อย ต่างจากให้กองหลังพาขึ้นมา

หรือไม่ก็เป็นการขึ้นมาออกบอลเองแทนกองหลัง เพื่อลดระยะทางของบอลกับนักเตะเพื่อนร่วมทีม และเมื่อจ่ายบอลเสร็จ ก็สามารถเล่นกับเพื่อในจังหวะต่อไปได้ง่าย

ในขณะกรณีเกิดข้อผิดพลาด เราก็ยังมีแนวรับอยู่ด้านหลังคอยอยู่ หรือถ้าหากว่าเป็นจังหวะที่กองหลังเล่นพลาด กองกลางตัวรับก็จะอยู่ไม่ไกลกัน สามารถตามมาเก็บงานได้อย่างรวดเร็ว

บทความที่เกี่ยวข้อง

Guy Tanapon

 นักเขียน The Sporting News Thailand ผู้รักการดูฟุตบอล, ดูหนัง, ฟังเพลง และตีดอท