โจทย์ใหญ่ของมาเรสก้า : ใครจะรับบทผู้นำจังหวะเกมรุกแทน โคล พาล์มเมอร์

Nopphasin Kulabburi

โจทย์ใหญ่ของมาเรสก้า : ใครจะรับบทผู้นำจังหวะเกมรุกแทน โคล พาล์มเมอร์ image

ตั้งแต่ย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเดือนกันยายนปี 2023  ชื่อของ “โคล พาล์มเมอร์” ก็กลายเป็นทุกอย่างของเชลซีเขาคือความหวังในแดนหน้า, คือผู้ชุบชีวิตเกมรุก, และคือคำตอบของคำถามที่ว่า “ทำไมเราต้องดูเชลซี”
แต่ในเดือนตุลาคมนี้ คำถามนั้นกลับต้องการคำตอบใหม่อีกครั้ง  เพราะเชลซีต้องอยู่โดยไม่มีเขา จนกว่าจะถึงเดือนพฤศจิกายน

ช่วงที่ไม่มี โคล พาลเมอร์ เชลซีจะเอาตัวรอดอย่างไร

พาล์มเมอร์ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อโคนขาหนีบ ระหว่างเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  อาการที่ทำให้เขาต้องพักยาวไปจนถึงหลังเบรกทีมชาติ และมีแนวโน้มว่าจะกลับมาได้ไม่ก่อนเดือนพฤศจิกายน

เอนโซ่ มาเรสก้า ยอมรับตรง ๆ ว่า “กับโคล เราคือทีมที่ดีกว่า”
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็พูดด้วยความเชื่อมั่นว่า “เราจะไม่ลงเล่นโดยมีแค่ 10 คนแน่นอน  เราต้องหาทางออก”

และนั่นคือสิ่งที่เชลซีต้องทำให้ได้หากทีมของมาเรสก้าต้องการยกระดับจาก “ทีมลุ้นท็อปโฟร์” ไปสู่ “ทีมลุ้นแชมป์”  พวกเขาต้องเรียนรู้การมีชีวิตโดยไม่มีพาล์มเมอร์

ตัวเลือกที่ดูมาก แต่ไม่เหมือนพาล์มเมอร์

ในแง่ตัวเลข เชลซีมีแนวรุกให้เลือกมากมาย แต่ไม่มีใคร “เหมือนเขา”

ตัวเลือกแรกที่หลายคนคิดถึงคือ เจา เปโดร  ดาวเตะบราซิเลียนมีเทคนิคดี ชอบถอยต่ำเชื่อมบอล และกล้าเลี้ยงทะลุแนวรับ แต่ปัญหาคือ... เขาต้องเล่นเป็นหน้าเป้าแทน ลิแอม เดแล็ป ที่บาดเจ็บอยู่

หากดึงเปโดรถอยมาเล่นในบทบาทหมายเลข 10 ก็เท่ากับต้องให้ มาร์ก กุยอู หรือ ไทริก จอร์จ ขึ้นมาเป็นกองหน้าตัวจริง  ซึ่งทั้งคู่ยังไม่มีประสบการณ์มากพอ

ดังนั้นทางออกที่ใกล้เคียงที่สุด จึงอาจเป็นการ “ปรับระบบ” แทนที่จะ “เปลี่ยนตัว”

เอนโซ่ เฟร์นานเดซ: เมื่อมิดฟิลด์ต้องกลายเป็นตัวสร้างสรรค์เกม

ในเกมที่เชลซีชนะลิเวอร์พูล 2-1 มาเรสก้าเลือกใช้ โมอิเซส ไกเซโด้, มาลอ กุสโต้ และ เอนโซ่ เฟร์นานเดซ เป็นสามห้องเครื่อง
โดยให้เฟร์นานเดซเล่นสูงขึ้นในบทบาทที่พาล์มเมอร์เคยยืน

ผลลัพธ์คือ เกมรุกยังคงพอเข็นไปได้ เฟร์นานเดซยิงได้สามประตูในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ และมีบทบาทสำคัญในจังหวะเข้าทำหลายครั้ง

แต่ในอีกมุมหนึ่ง  เขายังไม่ใช่แบบ “พาล์มเมอร์”

เฟร์นานเดซขาดความเร็ว ความกล้าในการดวลตัวต่อตัว และสัญชาตญาณจ่ายทะลุที่ทำให้พาล์มเมอร์อันตรายไม่ว่าจังหวะไหนของเกมหลายครั้งเขาช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนบอลจะหลุดโอกาสนั้นไป

บัวนาน็อตเต้: ตัวแทนที่ยังขาด “ความมั่นใจ”

ฟาคุนโด บัวนาน็อตเต้ ถูกยืมมาจากไบรท์ตันเพื่อเป็น “อะไหล่ตำแหน่งหมายเลข 10” โดยเฉพาะเขามีทักษะการเคลื่อนที่และการจ่ายที่ดี แต่ยังไม่กล้าพอที่จะเสี่ยงหรือฉีกแนวรับแบบพาล์มเมอร์

ในการเดบิวต์กับเบรนท์ฟอร์ด เขาดูขาดความมั่นใจในการทะลวงแนวตั้ง

ขณะที่เกมกับเบนฟิก้า เขาทำได้ดีกว่าในแง่การวิ่งและการหาพื้นที่  แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนจังหวะปกติให้กลายเป็น “จังหวะจบสกอร์” ได้ บัวนาน็อตเต้คือผู้เล่นที่มีไอเดีย แต่ยังไม่มี “ออร่า” ในทัพสิงห์บลู

บางที คำตอบอาจอยู่ที่ดาวรุ่งวัย 18 ปีจากบราซิล

ชื่อของ “เอสเตวาโอ” ถูกพูดถึงมานานในฐานะ “ดาวรุ่งไฟแรงคนใหม่ของพรีเมียร์ลีก” และตอนนี้เขาอาจได้เวลาส่องแสงจริงจัง เกมที่ยิงประตูชัยใส่ลิเวอร์พูล ทำให้เด็กหนุ่มวัย 18 ปีรายนี้กลายเป็นตัวเลือกที่แฟน ๆ อยากเห็นมากที่สุดในบทบาทหมายเลข 10 ชั่วคราว

เอสเตวาโอมีครบในสิ่งที่พาล์มเมอร์มี  ความมั่นใจ, ความเร็ว, การเลี้ยงกินตัว, และความกล้าที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า ในเกมกับเบนฟิก้า เขาแสดงให้เห็นถึงการเลี้ยงหลบ 3 คนจากในกรอบตัวเอง ก่อนพาบอลขึ้นหน้าเปิดเกมสวนกลับ
หรือจังหวะกับลิเวอร์พูล ที่เขาอ่านเกมไว ปาดบอลให้กุยอูหลุดเดี่ยว แม้จังหวะสุดท้ายจะขาดการจบสกอร์

แน่นอน เขายังขาดประสบการณ์ และยังมีจังหวะตัดสินใจผิดอยู่บ้างแต่ในวันที่เชลซีต้องการ “ไฟ” บางอย่างที่จุดทีมขึ้นอีกครั้ง  เด็กคนนี้คือประกายไฟที่สวยงามที่สุด

ไม่มีใครแทนพาล์มเมอร์ได้... แต่เชลซีต้องลองเสี่ยงในตอนนี้

โคล พาล์มเมอร์ คือเอกลักษณ์ของเชลซีในยุคใหม่  เขาไม่ได้เป็นเพียงนักเตะ แต่เป็น “สัญลักษณ์ของความเชื่อมั่น” เมื่อเขาหายไป เชลซีไม่ได้ขาดแค่ผู้เล่นหนึ่งคน แต่ขาดตัวตนของเกมรุกทั้งระบบ

อย่างไรก็ตาม บางครั้ง “การขาด” ก็สร้าง “โอกาส” โอกาสให้เอนโซ่ เฟร์นานเดซ แสดงว่าตัวเองสามารถแบกเกมได้
โอกาสให้ บัวนาน็อตเต้ เรียกความมั่นใจและโอกาสให้เด็กหนุ่มชื่อเอสเตวาโอ ก้าวขึ้นมาเป็นอีกชื่อที่ต้องมาแบกรับหน้าที่นี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

Senior Editor