ไครัต อัลมาตี : ปาฏิหาริย์แห่ง UCL ที่ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องไปเล่นถ้วยยุโรปในเอเชียกลาง

Maruak Tanniyom

ไครัต อัลมาตี : ปาฏิหาริย์แห่ง UCL ที่ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องไปเล่นถ้วยยุโรปในเอเชียกลาง image

6,441 กิโลเมตร คือระยะทางระหว่างกรุงมาดริด ของสเปน และ อัลมาตี ของคาซัคสถาน และนั่นก็เป็นระยะทางที่ เรอัล มาดริด ต้องเดินทางไปเตะ UCL ในฤดูกาลนี้  

เพราะหนึ่งในคู่ต่อกรของราชันชุดขาว คือ ไครัต อัลมาตี ที่ได้เข้ามาเล่นในรอบลีกเฟส ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อย่างปาฏิหาริย์ ทั้งที่มีที่ตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย และอยู่ใกล้กว่าโตเกียว มากกว่า ปารีส เสียอีก

ไครัต มาเล่นถ้วยนี้ได้อย่างไร อะไรที่ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่อยู่ไกลสุดในประวัติศาสตร์ UCL ?ติดตามไปพร้อมกัน 

ปาฏิหาริย์แห่ง UCL  

ไครัต อัลมาตี อาจจะไม่ได้เป็นชื่อที่คุ้นหู แต่พวกเขาก็ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1954  หรือก่อน ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ แชมป์ UCL ฤดูกาลล่าสุด ถือกำเนิดมาเกือบ 20 ปี 

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ไครัต ก่อสร้างสร้างตัวในสมัยที่ คาซัคสถาน ยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียด ที่ทำให้พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในลีกของประเทศแม่อย่าง โซเวียต ท็อปลีก 

ทว่า หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย และคาซัคสถานแยกตัวมาเป็นเอกราชในปี 1991 ไครัต ก็มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากมากขึ้น และสามารถก้าวไปถึงแชมป์ลีกคาซัคฯ ถึง 4 สมัย

ส่วนในรายการยุโรป พวกเขามีโอกาสลงเล่นเป็นครั้งแรกในศึกยูฟ่าคัพ เมื่อปี 2002 แต่ก็ตกรอบคัดเลือก และลงเล่นอีกหลายครั้งหลังจากนั้น แต่ส่วนใหญ่ก็แทบไม่เคยผ่านเข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม 

จนกระทั่งในปี 2021 ไครัต ก็มาจารึกชื่อให้ตัวเอง ด้วยการผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก หลังเอาชนะ โฟลา เอช ในรอบเพลย์ออฟ 

แม้ว่าสุดท้ายในฤดูกาลดังกล่าว พวกเขาจะจอดป้ายแค่รอบแรก ด้วยการเป็นอันดับสุดท้ายของกลุ่ม แต่นั่นก็คือประสบการณ์ที่ล้ำค่าที่จะต่อยอดในอีก 4 ปีต่อมา 

ในฤดูกาล 2025/26 ไครัต ได้มีโอกาสกลับมาลงเล่นใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือกอีกครั้ง หลังคว้าแชมป์ คาซัคสถาน พรีเมียร์ลีก 2024 

อย่างไรก็ดี ด้วยค่าสัมประสิทธิ์ที่เป็นรอง ทำให้พวกเขาต้องเริ่มต้นตั้งแต่รอบคัดเลือกรอบแรก ก่อนจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเอาชนะ โอลิมปิจา ลูบลิยานา จากสโลเวเนีย ไปได้ 3-2 

และราวกับเครื่องติด เมื่อในรอบที่ 2 พวกเขายังชนะ คูพีเอส จากฟินแลนด์ ไปได้ด้วยสกอร์เดียวกัน ก่อนจะชนะจุดโทษ สโลวาน บราติสลาวา ในรอบต่อมา และได้เพลย์ออฟ ชิงพื้นที่รอบลีกเฟส UCL

คู่ต่อกรของพวกเขาในครั้งนี้คือ กลาสโกว์ เซลติก ทีมแกร่งจากลีกสก็อตแลนด์ และขาประจำ UCL แต่ถึงอย่างนั้น ไครัต ก็ไม่ได้เกรงกลัวศักดิ์ศรีแต่อย่างใด 

พวกเขาบุกไปยันเสมอ 0-0 ถึงกลาสโกว์ มาก่อนในเกมแรก และมาเปิดบ้านเสมอในสกอร์เดียวกัน จนต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ก่อนที่ ไครัต จะเป็นฝ่ายแม่นกว่า เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์รวม 3-2 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบลีกเฟส ได้อย่างเซอร์ไพร์ส 

ทั้งนี้ นอกจากจะครั้งแรกที่ ไครัต ได้เข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายฟุตบอลถ้วยใหญ่สโมสรยุโรป พวกเขายังกลายเป็นทีมที่อยู่ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ UCL เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ในประเทศคาซัคสถาน ทวีปเอเชีย 

ว่าแต่อยู่ในเอเชีย แล้วมาเล่นในถ้วยยุโรปได้อย่างไร?   

เอเชียกลางในยุโรป 

สำหรับ ไครัต พวกเขาคือทีมที่มีฐานมั่นอยู่ที่เมืองอัลมาตี หนึ่งในเมืองใหญ่ของคาซัคสถาน ด้วยประชากรกว่า 2 ล้านคน โดยมีที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ใกล้กับพรมแดนติดประเทศคีร์กีซสถาน

เมืองแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของทวีปเอเชียอย่างแน่นอน เพราะมันอยู่ห่างจากกรุงโตเกียว 5,300 กิโลเมตร เรียกว่าใกล้กว่ากรุงปารีส ในยุโรป ที่อยู่ห่างจากอัลมาตี ถึง 5,500 กิโลเมตร 

ด้วยระยะทางดังกล่าว ทำให้ เรอัล มาดริด ที่ต้องเจอกับพวกเขาในรอบลีกเฟส ต้องเดินทางไปกลับกว่า 12,000 กิโลเมตร เพื่อลงเล่นเพียงนัดเดียว 

แล้วถ้าอย่างนั้น ไครัต มาลงเตะในรายการนี้ได้อย่างไร?

 อันที่จริงในช่วงที่ คาซัคสถาน ประกาศเอกราช ไครัต ก็ยังลงเล่นในถ้วยเอเชีย โดยเฉพาะในศึก เอเชียน คัพ วินเนอร์สคัพ หรือ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ในปัจจุบัน ที่เคยไปไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย 

แต่หลังจากปี 2002 สมาคมฟุตบอลคาซัคสถาน ได้ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนจากสังกัดสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย มาอยู่กับสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป โดยให้เหตุผลว่าพวกเขามีความเป็นยุโรป มากกว่าเอเชีย และยูฟ่า ก็ตอบรับคำร้องดังกล่าว 

ทำให้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทีมชาติคาซัคสถาน รวมถึงสโมสรใน คาซัคสถาน พรีเมียร์ลีก จึงได้ย้ายมาลงเตะในรายการของทวีปยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก, ยูโร หรือฟุตบอลสโมสรยุโรป ทั้งถ้วยเล็กถ้วยใหญ่ 

กรณีดังกล่าวคล้ายกับ ออสเตรเลีย ที่ขอย้ายจาก โอเชียเนีย มาอยู่กับ เอเอฟซี เพื่อโอกาสในการไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายมากขึ้น ที่ทำให้สโมสรของพวกเขา ต้องมาลงเล่นใน เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก

หรือในเคสของ อิสราเอล ที่ก่อนหน้านี้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ของทวีปเอเชีย แถมยังเคยก้าวไปถึงแชมป์เอเชียนคัพ ในปี 1964 และไปเล่นฟุตบอลโลก 1970 ด้วยโควต้าของเอเชีย แต่ก็ถูกขับออกจากเอเอฟซี เนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ก่อนจะเข้ามาเป็นสมาชิกของยูฟ่า ตั้งแต่ปี 1994 

 
สำหรับ ไครัต ก่อนที่จะได้เข้ามาเล่นใน UCL รอบลีกเฟส อันที่จริงพวกเขาก็เคยลงเล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรป รอบคัดเลือก มาก่อน หลายรายการ ไล่ตั้งแต่ ยูฟ่าคัพ, ยูโรปาลีก, ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก มาจนถึง ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 

แต่นี่จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พวกเขาได้ลงเล่นในรอบสุดท้ายของ UCL และจะได้พบกับทีมดังของยุโรป ที่นอกจาก มาดริด แล้วยังมีทั้ง อาร์เซนอล, อินเตอร์ มิลาน, คลับ บรูจจ์ หรือ สเปอร์ติง ลิสบอน 

และไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร แต่ ไครัต และกองเชียร์ จะไม่มีวันลืมทัวร์นาเมนต์ยุโรปในปีนี้ อย่างแน่นอน  

บทความที่เกี่ยวข้อง

Maruak Tanniyom

ลีดส์ ยูไนเต็ด, ญี่ปุ่น, มังงะ