บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จัดหนักอีกครั้ง หลังคว้า แซนดี้ วอลช์ แบ็คขวาทีมชาติอินโดนีเซีย มาร่วมทีมสู้ศึกฤดูกาล 2025-26 ที่จะลงเล่นทั้งหมด 5 รายการ
แม้ แซนดี้ วอลช์ จะสามารถเล่นให้กับ 5 ชาติดังในยุโรป ทั้ง เบลเยียม, อังกฤษ, ไอร์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์ และ เนเธอร์แลนด์ แต่เขากลับเลือกเล่นให้กับ อินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นคำขอของคุณตาก่อนที่ท่าจะล่วงลับ
เรื่องราวทั้งหมดเป็นเช่นไร? ติดตามได้ที่นี่
เส้นทางจากยุโรปสู่อาเซียนของ แซนดี้ วอลช์
อย่างที่กล่าวไปว่า แซนดี้ วอลช์ สามารถเล่นให้กับ 5 ประเทศ เนื่องจากเขามีคุณพ่อเป็นชาวอังกฤษเชื้อสายไอริช ขณะที่คุณแม่เป็นชาวอินโดนีเซียที่เกิดในสวิตเซอร์แลนด์ และไปที่เติบโตในเนเธอร์แลนด์
ส่วนตัวเขาลืมตาดูโลกและเติบโตที่ประเทศเบลเยียม และเริ่มเล่นฟุตบอลที่ประเทศแห่งนี้กับทีมเยาวชนของ อันเดอร์เลชท์ ก่อนย้ายไปอยู่กับ เกงค์ ในเวลาต่อมา กระทั่งขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2012 พร้อมลงสนามกว่า 120 นัด
ในช่วงแรก วอลช์ เลือกเล่นให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และติดทีมเยาวชนมาครบทุกรุ่นอายุ ตั้งแต่รุ่น U15 – U20 แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว วอลช์ ตัดสินใจเลือกเล่นให้ทีมชาติอินโดนีเซียชุดใหญ่ตามเชื้อสายของคุณแม่ เพราะเป็นสิ่งที่คุณตาของเขาขอไว้ก่อนล่วงลับ
“ผมเกิดที่เบลเยียมแต่ถือหนังสือเดินทางเนเธอร์แลนด์ ผมเริ่มต้นเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดเยาวชน ก่อนที่จะตัดสินใจเล่นให้อินโดนีเซีย” แข้งใหม่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เล่าผ่าน Telecom Asia Sport
“ครั้งหนึ่งคุณตาเคยขอให้ผมเล่นให้กับอินโดนีเซีย บ้านเกิดของท่าน ถ้าเป็นไปได้ ทุกครั้งที่ผมสวมเสื้อทีมชาติอินโดนีเซีย ผมจะนึกถึงคำพูดของท่านเสมอ คุณตาของผมมาจากสุราบายา ส่วนคุณยายของผมเกิดที่มาลัง”

เส้นทางจากยุโรปสู่อินโดนีเซียของ วอลช์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 8 ปี ก่อนเมื่อ ไซมอน แม็คเมเนมี โค้ชโดนีเซียในขณะนั้นติดต่อเขามาว่าต้องการเล่นให้กับทีมหรือไม่? แม้ตัวของเขาจะสนใจและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการมารับใช้แผ่นดินเกิดของคุณแม่ แต่ วอลช์ ต้องรอจนถึงปี 2022 กว่าจะได้รับสัญชาติอินโดนีเซียอย่างถูกกฎหมาย
“โค้ชแม็คเมเนมี คงมีฐานข้อมูลนักเตะเชื้อสายอินโดนีเซียที่เล่นในต่างประเทศแน่ ๆ เขาถามผมว่าสนใจจะมาเล่นให้ทีมชาติอินโดนีเซียหรือไม่ ซึ่งผมก็ตอบตกลงทันทีแบบไม่รีรอ”
“ผมจองตั๋วไปจาการ์ตา เข้าร่วมงานการกุศล พบกับ PSSI (สมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย) และยื่นเอกสารที่จำเป็น จากนั้นการรอคอยอันแสนยาวนานก็เริ่มต้นขึ้น ตอนนั้นผมทำตามหัวใจไปแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็เริ่มสงสัยว่าผมเลือกผิดหรือเปล่า”
ในขณะที่รอคำตอบรับจากอินโดนีเซีย วอลช์ ก็ประสบกับอีกหนึ่งปัญหา เนื่องจากเขาต้องกลายเป็นแข้งไร้สังกัดนาน 4 เดือนเต็ม หลังหมดสัญญากับ ซูลเต วาเรเกม ในปี 2020 ถึงขนาดที่เขาบอกว่านี่คือจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

แต่หลังจากที่เขาและคุณแม่เดินทางไปเยี่ยมหลุมศพของคุณตา ไม่น่าเชื่อว่า ในอีก 10 วันต่อมา วอลช์ จะได้รับสายจาก เควี เมเชเลน และที่สำคัญคือสายจาก ชิน แต ยอง อดีตกุนซือทีมชาติอินโดนีเซีย ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
“ผมได้ไปเยี่ยมหลุมศพคุณตากับแม่ของผม ในขณะที่เราเดินผ่านแม่ของผมก็พูดขึ้นมาว่า ‘แซนดี้ กำลังเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ’ คำพูดนั้นมันทำให้ผมรู้สึกอ่อนไหวมาก ซึ่งปกติผมไม่ใช่คนแบบนั้นเลย” แซนดี้ วอลช์ กล่าวกับ DAZN Belgium
“แต่ตอนนั้นผมก็คิดว่าบางทีท่านอาจจะไม่ได้ยินเราหรอก มันคงไม่ได้ผล แต่ในที่สุดทุกอย่างกลับเป็นไปตามแผน ภายในหนึ่งสัปดาห์ เควี เมเชเลน โทรหาผม และอีก 3 วันต่อมาผมก็ได้รับสายจาก ชิน แต ยอง และถามว่าผมยังสนใจเล่นให้อินโดนีเซียอยู่ไหม? ซึ่งแน่นอนผมตอบตกลงอย่างไม่ลังเล”
Dreams come true 🇮🇩❤️
— Sandy Walsh (@SandyWalsh_) September 9, 2023
I’m grateful and blessed to make my debut for this beautiful country. The long journey rewarded with debut win and clean sheet 👊🏼 HUNGRY FOR MORE 💪🏼
Ayo Indonesia! #KitaGaruda #Semangat @PSSI pic.twitter.com/3xIyCsMoZP
สุดท้ายแล้ว แซนดี้ วอลช์ ได้ประเดิมสนามให้กับทีมชาติอินโดนีเซียในเดือนกันยายนปี 2023 ในเกมอุ่นเครื่องที่ชนะ เติร์กเมนิสถาน 2-0 ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะเป็นแข้งตัวหลักของทัพการูดาเรื่อยมาถึงปัจจุบัน