เขาไม่ดีมีทักษะอันหวือหวาเหมือน ลิโอเนล เมสซี เขาไม่ได้มีการจบสกอร์อันเฉียบคมเหมือน คริสเตียโน โรนัลโด้ และเขาไม่ได้มีสปีดจัดจ้านเหมือน คิลิยัน เอ็มบัปเป้ แต่ “โธมัส มุลเลอร์” กลับถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในฟุตบอลสมัยใหม่
ซึ่งปริศนาที่ว่าทำไมผู้เล่นที่ดูธรรมดาอย่าง โธมัส มุลเลอร์ ถึงประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะนักฟุตบอลอาชีพคนนึงได้ดึงดูดให้สถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกอย่าง Harvard Business School ทำการศึกษาเรื่องราวของเขาอย่างเจาะลึกเพื่อหาคำตอบของคำถามอันน่าฉงนใจ
แล้วเหตุใดกัน โธมัส มุลเลอร์ ที่ดูเหมือนจะเป็นนักเตะที่แสนจะธรรมดา ถึงสามารถก้าวมาเป็นนักเตะระดับโลกได้? ติดตามไปพร้อมกันได้ที่นี่
ความสุดยอดของ โธมัส มุลเลอร์
เรื่องราวของ โธมัส มุลเลอร์ เริ่มต้นจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบทของแคว้นบาวาเรียในสถานที่ที่ความบันเทิงหลักคือการเล่นฟุตบอล เขาตกหลุมรักเกมลูกหนังนี้ตั้งแต่ยังเด็ก แต่เรื่องราวของเขาไม่ใช่ตำนานของ "อัจฉริยะที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์"
เพราะเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่ว่องไว ไม่ใช่ผู้เล่นที่แข็งแกร่ง และไม่ใช่ผู้ที่มีเทคนิคแพรวพราวที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในปี 2000 บาเยิร์น มิวนิค กลับมองเห็น "บางอย่าง" ที่ไม่อาจประเมินค่าได้ในตัวเขา และคว้าตัวเจ้าหนู มุลเลอร์ เข้าสู่ทีมเยาวชน
การตัดสินใจในครั้งนั้นได้กลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร เมื่อ มุลเลอร์ ถูกเลื่อนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในวัย 18 ปี และภายในระยะเวลาไม่นาน เขาก็กลายเป็นผู้เล่นที่เสือใต้จะขาดไม่ได้เป็นอันขาด

นับตั้งแต่ลงสนามให้กับ บาเยิร์น มิวนิค นัดแรกในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล จากนั้น มุลเลอร์ ก็กลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของทีมเรื่อยมา โดยเขาลงเล่นไป 756 นัดรวมทุกรายการ ทำไป 250 ประตู และ 276 แอสซิสต์
ส่วนความสำเร็จก็ไม่ต้องพูดถึง มุลเลอร์ คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ 13 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 6 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2 สมัย และที่สำคัญคือการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 กับทีมชาติเยอรมัน ตอกย้ำว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จที่สุดใน 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
ถอดรหัสความสำเร็จจาก Harvard
โดยปกติแล้ว Harvard มักจะมุ่งเน้นการวิจัยเหล่าผู้นำทางธุรกิจและผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น สตีฟ จ็อบส์ หรือ อีลอน มัสก์ แต่ความสำเร็จของ โธมัส มุลเลอร์ ทำให้สถาบันชื่อดังระดับโลกศึกษานักเตะทีมเยอรมันรายนี้อย่างจริงจัง
ซึ่งจากการศึกษาของ Harvard สรุปได้ว่าสิ่งที่ทำให้ มุลเลอร์ ประสบความสำเร็จบนถนนลูกหนังนั้นมาจาก 3 คุณสมบัติหลัก แต่มีเพียงหนึ่งทักษะที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโดยตรง ส่วนอีกสองทักษะเป็นคุณสมบัติเกี่ยวกับบุคลิกภาพของเจ้าตัวที่มนุษย์ทั่วไปควรค่าแก่การศึกษาอย่างยิ่ง
สัญชาติญาณ
คุณสมบัติประการแรกคือวิธีการเล่นของเขา เพราะหากมองเผิน ๆ สไตล์การเล่นของ มุลเลอร์ นั้นดูแปลกประหลาด ไม่เป็นไปตามแผน และเป็นอิสระมากเกินไป แต่ความจริงแล้วมันคือทักษะที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ ซึ่งนั่นก็คือสัญชาตญาณ และความฉลาดทางฟุตบอล
มุลเลอร์ มักรู้ว่าต้องไปยืนอยู่พื้นที่ใดในสนาม และจะอยู่ในเวลาที่ถูกต้องเสมอ เขารู้วาลูกบอลจะพุ่งไปที่จุดใด กองหลังจะเสียสมาธิหรือหลุดตำแหน่งเมื่อไหร่ และเมื่อช่องว่างเล็ก ๆ ได้เปิดออก คุณจะเห็น มุลเลอร์ ไปอยู่ตรงนั้นแล้ว "ปัง! กลายเป็นประตู" ซึ่งทักษะนี้ของเขาสอนให้รู้ว่าการชนะไม่จำเป็นต้องอาศัยกลเม็ดแพรวพราว แต่ต้องอาศัยความชาญฉลาดในการใช้พื้นที่

ความคิดที่ยืดหยุ่น
ทักษะทางสังคมที่ มุลเลอร์ มีคือสิ่งที่ทำให้เขายืนหยัดในระดับสูงได้ยาวนานถึง 17 ปี ตรงนี้ Harvard เน้นย้ำว่าความเป็นผู้นำ การปรับตัว คือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่าง เขาเป็นผู้เล่นที่โค้ชสามารถฝึกสอนได้ง่ายที่สุด มีความยืดหยุ่นในตำแหน่ง และมีความเข้มแข็งทางจิตใจ
ตลอดช่วงเวลาที่เขาอยู่กับ บาเยิร์น ทีมมีการเปลี่ยนโค้ชหลายคน ซึ่งแน่นอนว่าระบบและแทคติกก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน อีกทั้งสโมสรก็ดึงตัวดาวเตะชั้นนำเข้ามามากมาย แต่ มุลเลอร์ คือคนที่ยังคงเป็นหลักสำคัญของทีมในทุกยุคทุกสมัย
ผู้เล่นคนอื่นถูกขายทิ้งเพราะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้ แต่สำหรับ มุลเลอร์ เขามีความต้องการที่จะพัฒนาและปรับเปลี่ยนตัวเองอยู่เสมอเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ ในทุกฤดูกาลเขาเริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า "ตัวฉันจะสามารถนำคุณค่าอะไรมาสู่ทีมได้มากที่สุด" ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือการมาถึงของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

มุลเลอร์ รู้ว่าการเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าจะยากขึ้น เขาจึงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาบทบาทใหม่ในฐานะผู้เล่นแนวรุกที่สามารถเชื่อมเกมและสนับสนุน เลวานดอฟสกี้ ได้ ทำให้เขาเป็นดั่ง "กิ้งก่า" ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างเข้ากับบทบาทใดก็ตามที่จำเป็นและทำให้มันสำเร็จ
นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นของเขายังรวมถึงความยืดหยุ่นทางจิตใจ มุลเลอร์ จะยังคงวิ่งกดดันฝ่ายตรงข้ามซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้ว่าเขาจะวิ่งและกดดันไปแล้ว 10 ครั้งโดยไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม คุณภาพนี้ยังคงปรากฏให้เห็นเมื่อเขาย้ายไปเล่นใน MLS ในเวลาต่อมา ซึ่งเขายังคงสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทันที
อารมณ์ขันและความเป็นผู้นำในห้องแต่งตัว
คุณสมบัติข้อสุดท้ายของ มุลเลอร์ คือบุคลิกที่เป็นคนเฮฮาและอารมณ์ขัน โดยเขาได้รับฉายาจากเพื่อนร่วมทีมว่า "Radio Müller" เพราะเขาชอบพูดคุยและหยอกล้อไม่หยุดหย่อน บุคลิกนี้มีความสำคัญต่อการเป็นผู้นำของเขาอย่างมาก
มุลเลอร์ มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เพื่อนร่วมทีมใหม่ ๆ และผู้เล่นอายุน้อยสามารถปรับตัวเข้ากับทีมชุดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว เขาทำให้ห้องแต่งตัวรู้สึกเป็นกันเอง และช่วยลดความตึงเครียดก่อนการแข่งขัน
เขายังเป็นบุคคลที่คอย กอบกู้ขวัญและกำลังใจของทีม เมื่อทีมตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ตัวอย่างที่น่าประทับใจที่สุดคือเหตุการณ์หลังความพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก 2012 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดหัวใจที่สุดของสโมสร

โดยหลังจากพ่ายแพ้ให้ เชลซี แบบน่าเจ็บใจในบ้านของตัวเอง มุลเลอร์ ได้ส่งข้อความไปให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมทันที โดยบอกให้เชิดหน้าขึ้น และยืนยันว่าพวกเขาจะคว้าแชมป์ในปีถัดไป ซึ่งพวกเขาก็ทำได้จริง หลังเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
เบื้องหลังความตลกขบขันและมุกตลกนั้น มุลเลอร์ คือผู้นำโดยธรรมชาติ ที่ไม่เคยมองตัวเองอย่างจริงจังจนเกินไป เขามีความเป็นตัวของตัวเองเสมอ เป็นคนติดดิน ทำให้เขากลายเป็นที่รักของทั้งเพื่อนร่วมทีม แฟนบอล และสื่อมวลชน
จากการศึกษาของ Harvard ชี้ว่าด้วยทักษะทางสังคมและความเป็นผู้นำที่เขามี โธมัส มุลเลอร์ จึงมีศักยภาพในการเป็นผู้บริหารระดับสูงในอนาคต เช่นเดียวกับ โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานนักเตะเยอรมัน ที่คาดการณ์ว่าในอนาคต โธมัส มุลเลอร์ จะก้าวขึ้นเป็นประธานสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ในสักวันหนึ่ง
“เขาสามารถเลือกบทบาทใดก็ได้ที่เขาต้องการ ผมจินตนาการได้เลยว่าเขาจะได้เป็นประธานสโมสรสักวันหนึ่ง”
“ถึงเวลาแล้วที่ บาเยิร์น จะนำคนอย่างเขากลับมาสู่ตำแหน่งผู้นำ ชไวน์สไตเกอร์ จากไปแล้ว ลาห์ม ก็จากไปแล้ว ผมมั่นใจว่า มุลเลอร์ จะรับบทบาทนี้เมื่อเขารู้สึกว่าถึงเวลาที่เหมาะสม และในท้ายที่สุด เขาจะได้เป็นประธานสโมสร” โลธาร์ มัทเธอุส กล่าว
บทความที่เกี่ยวข้อง
โธมัส มุลเลอร์: กองหน้าที่ ศุภชัย ใจเด็ด ควรศึกษา ว่าวิ่งอย่างไรถึงกลายเป็นเวิลด์คลาส
ไม่ใช่เรื่องเงิน ไม่ใช่แอลเอ ไม่ใช่ซาอุฯ: ทำไมโธมัส มุลเลอร์ถึงเลือก 'แวนคูเวอร์' แทนซูเปอร์ทีม
คนอึดแห่งมิวนิค: เปิดเคล็ดลับ “โธมัส มุลเลอร์” ดูแลตัวเองอย่างไร ถึงลงเล่นในบุนเดสลีกาครบ 500 นัด?