คริสตัล พาเลซ : จากแชมป์ประวัติศาสตร์สู่การถูกตัดสิทธิ์ในยูโรปาลีก

Maruak Tanniyom

คริสตัล พาเลซ : จากแชมป์ประวัติศาสตร์สู่การถูกตัดสิทธิ์ในยูโรปาลีก  image

ฤดูกาล 2024/25 ที่ผ่านมา ถือเป็นซีซั่นแห่งความทรงจำของ คริสตัล พาเลซ เมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์เมเจอร์แรกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ

อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นไม่ถึง 2 เดือน พวกเขากลับต้องเจอข่าวร้าย เมื่อสิทธิ์ยูโรปาลีก ที่ได้มาจากการคว้าแชมป์เอฟเอคัพ ได้ถูกริบไป และเป็นน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่ได้ไปเล่นแทน  

เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา? ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกัน 

แชมป์ประวัติศาสตร์ 

คริสตัล พาเลซ ถือเป็นทีมระดับกลางของพรีเมียร์ลีก เพราะนับตั้งแต่เลื่อนชั้นกลับมาเล่นในลีกสูงสุดครั้งล่าสุดเมื่อฤดูกาล 2013/14 พวกเขาก็ไม่เคยทำอันดับต่ำกว่าเลขตัวเดียวได้เลย

ทำให้ความสำเร็จที่คาดหวังได้มากที่สุดคือฟุตบอลถ้วย และพวกเขาก็ทำได้ไม่เลว เพราะตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พวกเขาสามารถเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอคัพ ได้อย่างน้อยถึง 3 ครั้ง แถมยังไปไกลถึงนัดชิงชนะเลิศได้อีก 1 ครั้ง (2015/16) แต่ต้องพ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด ไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ดี ในฤดูกาล 2024/25 ที่ผ่านมา พวกเขาก็สุขสมหวัง เมื่อสามารถเข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ ได้อีกครั้ง ก่อนจะหักปากกาเซียน ด้วยการเฉือนเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 ในนัดชิงแชมป์ 

แชมป์ดังกล่าว ไม่เพียงทำให้ พาเลซ คว้าแชมป์เมเจอร์แรกในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ยังทำให้พวกเขาได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในยูโรปาลีก เป็นครั้งแรกอีกด้วย 

ทว่า ความสุขก็อยู่กับเขาได้ไม่นาน   

โดนดีดไป คอนเฟอเรนซ์ลีก 

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ก็มีคำถามหนึ่งถูกตั้งขึ้นมา ว่า พาเลซ จะได้ไปเล่น ยูโรปาลีก หรือไม่? เนื่องจากพวกเขามีสถานะที่อาจละเมิดกับข้อบังคับของยูฟ่า 

ตามกฎของยูฟ่า สโมสรที่มีเจ้าของทีมเป็นคนเดียวกัน จะถูกห้ามลงแข่งในฟุตบอลยุโรปรายการเดียวกัน เพื่อป้องกันการฮั้วผลการแข่งขัน หรือสมคบคิดเพื่อผลประโยชน์แก่ทีมใดทีมหนึ่ง หรือทั้งสองทีม 

ก่อนหน้านี้ จอห์น เท็กซ์เตอร์ เจ้าของสโมสร พาเลซ มีหุ้นอยู่ในปราสาทเรือนแก้วถึง 43 เปอร์เซ็นต์ และ โอลิมปิก ลียง อีก 73 เปอร์เซ็นต์ และสองทีมก็ได้เล่นใน ยูโรปาลีก เหมือนกัน ซึ่งเข้าข่ายข้อบังคับนี้ 

กรณีนี้ ยูฟ่า จะให้สิทธิ์สโมสรที่มีอันดับสูงกว่าในลีก โดย ลียง จบในอันดับ 6 ขณะที่ พาเลซ จบอันดับ 12 ทำให้โควต้านี้ตกเป็นของสโมสรจากฝรั่งเศสไป 

“เราเสียหายอย่างรุนแรง มันเป็นวันที่แย่ของฟุตบอล เป็นความอยุติธรรมที่เลวร้าย” สตีฟ พาริช ประธานสโมสร พาเลซ กล่าวกับ Sky Sports 

“ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากเห็นเรื่องนี้ ผมไม่คิดว่ายูฟ่า จะอยากเห็นแบบนี้ เราถูกปิดกั้นจากการแข่งขันยุโรปด้วยเหตุผลที่ไร้สาระที่สุด แฟนบอลจากทุกทีมควรเสียใจไปกับเรา” 

Jogadores do Lyon comemorando gol pela Liga Europa

ทั้งนี้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่จบในอันดับ 6 ของพรีเมียร์ลีก กลายเป็นทีมที่ได้สิทธิ์แทนที่ ขณะที่ พาเลซ ได้รางวัลปลอบใจ ด้วยการลงไปเล่นในยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก 

อันที่จริง พาเลซ ไม่ได้เป็นทีมเดียว ที่ได้รับชะตากรรมนี้ เพราะก่อนหน้านี้ ดร็อกเฮดา ยูไนเต็ด จากลีกไอร์แลนด์ ก็ถูกตัดสิทธิ์จาก คอนเฟอเรนซ์ลีก หลังมีเจ้าของเป็นกลุ่มเดียวกับ ซิลเคบอร์ก ในลีกเดนมาร์ก ที่ได้เล่นในถ้วยใบนี้เช่นกัน 

เกือบได้ลุ้น แต่ไม่รอด 

ก่อนหน้านี้ มีแนวโน้มว่า พาเลซ อาจจะเป็นทีมที่ได้ไปเล่นใน ยูโรปาลีก หลัง ลียง ถูกปรับตกชั้นลงไปเล่นในลีกเดอร์ซ จากการมีหนี้สินกว่า 500 ล้านยูโร 

แต่เมื่อพวกเขาอุธรณ์สำเร็จ ผลกระทบก็ส่งมายัง พาเลซ ทันที และทำให้สุดท้ายพวกเขากลายเป็นทีมที่ถูกตัดสิทธิ์ 

ทำให้แม้ว่าหลังจากนั้น เท็กซ์เตอร์ จะพยายามขายหุ้นทั้งหมดให้ วูดดี จอห์นสัน เจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล นิวยอร์ก เจ็ตส์ รวมถึงลาออกจากตำแหน่งใน ลียง แต่มันก็เลยเส้นตายของยูฟ่ามานานแล้ว 

เพราะอันที่จริง ยูฟ่า ได้ข้อให้ เจ้าของทีมที่มีสโมสรอยู่ในมือมากกว่าหนึ่ง จัดการรื้อโครงสร้างเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อกัน ภายในวันที่ 1 มีนาคม 2025 ที่ผ่านมา 

John Textor Lyon 07082025

ทำให้แม้ว่า พาเลซ จะโต้แย้งว่า เท็กซ์เตอร์ ไม่ได้มีอิทธิพลแต่อย่างใดต่อพวกเขา แต่การที่นักธุรกิจชาวอเมริกัน ยังคงถือหุ้นของทีมจากพรีเมียร์ลีก หลังเส้นตาย ทำให้การแก้ต่างของพวกเขาไม่เป็นที่ยอมรับ 

อย่างไรก็ดี พาเลซ ยังไม่ยอมแพ้ เมื่อพวกเขาได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) ที่จะได้ลุ้นต่ออีกเฮือกหนึ่ง 

“เราไม่ได้แชร์ทีมงานกัน เราทำตามกฎที่ไม่ได้ทำมาให้เรา ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคณะกรรมการจึงสรุปมาแบบนี้ ผมคิดว่าเราต้องแสดงให้เห็นว่า จอห์น ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับสโมสรเรา” พาริช อธิบาย
 
“มันเป็นการตัดสินที่ไร้สาระมาก เราอุทธรณ์กับศาล เพื่อให้พวกเขาฟังข้อโต้แย้งของเรา” 

ในปัจจุบัน ด้วยช่องทางในการลงทุน ทำให้มีกลุ่มทุนหรือบุคคล เข้าไปลงทุนซื้อหุ้นจนได้เป็นเจ้าของทีมหลายสโมสรทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกัน

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป ที่นอกจากเป็นเจ้าของทีม แมนฯ ซิตี้ แล้ว พวกเขายังมีสโมสรอยู่ในมืออีก 11 สโมสร ที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก ไล่ตั้งแต่ คิโรนา (สเปน), ปาแลร์โม(อิตาลี), นิวยอร์ก ซิตี้(สหรัฐฯ), เมลเบิร์น ซิตี้ (ออสเตรเลีย), มุมไบ (อินเดีย) ไปจนถึง บาเฮีย ของบราซิล 

Maruak Tanniyom

ลีดส์ ยูไนเต็ด, ญี่ปุ่น, มังงะ