“อีกแล้วเหรอ?”
อาจเป็นคำถามที่แฟนเบสบอลทั่วโลกพูดพร้อมกันในค่ำคืนที่ Dodger Stadium กลายเป็นเวทีของ “Sho Time” อีกครั้ง
โชเฮ โอทานิ ชายผู้เหมือนหลุดมาจากโลกอนาคตของกีฬาเบสบอล
คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาไม่เพียงช่วยให้ลอสแอนเจลิส ดอดเจอร์ส พลิกสถานการณ์ในเกม 3 ของเวิลด์ซีรีส์ได้สำเร็จ
แต่ยังสร้างสถิติใหม่ที่ไม่มีใครทำได้มานานถึง 119 ปี
คืนแห่งสถิติที่ Dodger Stadium
โอทานิเริ่มเกมด้วยการตบลูก “กราวด์รู ล์ดับเบิล” ทางขวาในลูกแรกของเกม ก่อนจะยิงโฮมรันเดี่ยวในอินนิ่งที่ 3 ใส่ แม็กซ์ เชอร์เซอร์ ยอดพิตเชอร์ของโตรอนโต บลูเจย์ส
ต่อด้วยดับเบิลอีกครั้งในอินนิ่งที่ 5 ระหว่างจังหวะที่ดอดเจอร์สไล่ตีเสมอ
และในช่วงอินนิ่งที่ 7 เมื่อทีมกำลังตามหลัง 4–5 โอทานิระเบิดโฮมรันอีกหนึ่งลูกระยะ 401 ฟุต ส่งเสียงเชียร์ทั้งสนามให้สั่นสะเทือนอีกครั้ง
นั่นคือโฮมรันลูกที่ 6 ของเขาใน 4 เกมหลังสุด และทำให้เขาทำลายสถิติของ โครี ซีเกอร์ ที่เคยตี 8 โฮมรันในฤดูกาลเพลย์ออฟเดียว (ปี 2020) มาก่อน
เขากลายเป็นนักเบสบอลคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มีเกม “มัลติโฮมรัน” ถึง 3 ครั้งในโพสต์ซีซั่นเดียว
และตอนนี้โอทานิอยู่ห่างจากสถิติสูงสุดของ แรนดี อาโรซาเรนา เพียง 2 ลูกเท่านั้น
สถิติที่มีเพียง "เขา" และ "เบ๊บ รูธ"
ในประวัติศาสตร์ของเวิลด์ซีรีส์ เคยมีเพียงชายคนเดียวที่ทำ “4 ฮิตพิเศษ” ในเกมเดียวได้ แฟรงก์ อิสเบล จากชิคาโก ไวต์ซอกซ์ เมื่อปี 1906
และค่ำคืนนี้ โอทานิทำได้อีกครั้งเขาจึงกลายเป็นคนที่สองในรอบ 119 ปี ที่ทำสิ่งนั้นได้ในเวิลด์ซีรีส์
ไม่เพียงเท่านั้น
โอทานิยังเป็นผู้เล่นคนแรกที่มี “สองเกม” ในโพสต์ซีซั่นเดียวที่ทำได้เกิน 12 เบสในหนึ่งเกม สิ่งที่แม้แต่ตำนานอย่าง เบ๊บ รูธ ก็ยังทำได้เพียงตลอดอาชีพ
จากเสียงโห่ “We don’t need you!” สู่การตอบกลับด้วยโฮมรัน
ซีรีส์นี้เริ่มต้นที่โตรอนโต พร้อมกับเสียงแฟนบลูเจย์สที่ตะโกนว่า
“เราไม่ต้องการนาย!”
แต่โอทานิตอบกลับด้วยวิธีที่เขาทำได้ดีที่สุด โฮมรัน
ผ่านสามเกมของเวิลด์ซีรีส์ เขาตีไปแล้ว 6 ฮิต ทำ 5 RBI และในเกมคืนวันจันทร์ เขาเก็บถึง 4 ฮิตเต็มมือ
คืนที่แฟนดอดเจอร์สทุกคนพูดได้เต็มปากว่า “เรา ต้องการ เขา”
คืนที่ Dodger Stadium กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
นี่คือเกมแรกของโอทานิที่กลับมาเหย้า หลังจากเคยสร้างความทรงจำในเกมชิงแชมป์ลีกแห่งชาติเมื่อ 10 วันก่อน
ในวันนั้น เขา “ตี 3 โฮมรัน” และ “ขว้างได้ 10 สไตรก์เอาท์” เกมสองทางที่โลกต้องจำ
และในค่ำคืนนี้ เขาทำให้ชื่อ “Shohei Ohtani” กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคชายที่กำลังเขียนบทใหม่ให้กับประวัติศาสตร์ของเบสบอล
ชายที่ทั้ง ตี และ ขว้าง ได้เหมือนเป็นสองคนในร่างเดียว
สุดท้ายนี้ เขาจะขึ้นขว้างในฐานะพิตเชอร์ตัวจริงในเกม 4 แต่ไม่ว่าเกมจะจบเช่นไร คืนนี้คือหลักฐานชัดเจนว่า “Sho Time” ยังไม่จบง่ายๆ
บทความที่เกี่ยวข้อง