ส่องขุนพลซีเกมส์ 2025: "กุลวุฒิ วิทิตศานต์" เล่นแบดฯเพราะภูมิแพ้จนกลายเป็นมือ 1 โลกคนแรกของไทย

Maruak Tanniyom

ส่องขุนพลซีเกมส์ 2025: "กุลวุฒิ วิทิตศานต์" เล่นแบดฯเพราะภูมิแพ้จนกลายเป็นมือ 1 โลกคนแรกของไทย image

ส่องขุนพลซีเกมส์ 2025: "กุลวุฒิ วิทิตศานต์" เล่นแบดฯเพราะภูมิแพ้จนกลายเป็นมือ 1 โลกคนแรกของไทย

หลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นยุคทองของวงการแบดมินตันไทย เมื่อหลายคนก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับแถวหน้าของโลก หนึ่งในนั้นก็คือ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์

เพราะนอกจากจะก้าวไปคว้าเหรียญเงินในโอลิมปิก 2024 ที่ปารีสแล้ว เขายังกลายเป็นนักแบดมินตันชายคนแรกของไทย ที่ขึ้นไปรั้งมือ 1 ของโลก 

ทว่า วิว อาจจะมาไม่ถึงจุดนี้ หากไม่มีโรคภูมิแพ้ เรื่องราวเป็นอย่างไร ติดตามไปพร้อมกัน 

กีฬาเป็นยาวิเศษ 

สำหรับ กุลวุฒิ แบดมินตัน น่าจะเป็นกีฬาแรกๆ ที่เขารู้จัก เมื่อ ณัฐวัชร วิทิตศานต์ พ่อของเขา คือโค้ชแบดมินตัน จนทำให้ซึมซับไปกับมันแบบไม่รู้ตัว 

ทว่า จุดที่ทำให้ กุลวุฒิ ตัดสินใจจับไม้แร็คเก็ตหวดลูกขนไก่ ตอนอายุ 7 ขวบ กลับไม่ได้มาจากความรักหรือหลงใหลในกีฬาชนิดนี้ แต่เป็นเพราะการเป็นโรคภูมิแพ้    

“จริง ๆ จุดเริ่มต้นเนี่ย ก็คือ ณ วัยเด็ก ผมเป็นโรคภูมิแพ้ นะครับ ก็เข้าโรงพยาบาลบ่อยครั้ง แล้วก็ทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียค่าใช้จ่ายเยอะ” กุลวุฒิ กล่าวกับ Thairath Sport

“พอดีว่าคุณพ่อเนี่ยเป็นครูสอนแบดมินตัน ก็เลยพาผมมาเล่นแบดมินตันเพื่อ ให้มีเหงื่อครับ เพื่อลดค่าใช้จ่ายอะไรเงี้ย พอเรามีเหงื่อ ภูมิแพ้เราก็ดีขึ้น ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นครับ ผมเป็นคนที่หายใจเวลาตอนกลางคืนไม่ออก แต่ ณ ตอนนี้ก็ค่อนข้างดีขึ้น คือยังไม่ได้หายขาดนะครับ แต่ว่าดีขึ้นกว่าเดิมกว่าตอนเด็กมาก”

“นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นที่ผมเล่นกีฬาชนิดนี้ครับ ตอนนั้นคือเล่นเพื่อสุขภาพผมดีขึ้นเท่านั้นเอง ไม่ได้มองว่าตอนนั้นเราต้องชอบแบดมินตันเลย พอจับไม้แล้วเราชอบเลย ผมไม่รู้สึกว่าเราชอบตอนนั้นนะ เล่นเพื่อสุขภาพอย่างเดียวครับ” 

แม้จะไม่ได้ถึงขั้นจริงจัง แต่มันก็ทำให้พ่อของเขาเห็นแววความเป็นนักแบดฯ ฝีมือดีจากลูกชายคนนี้ ทำให้ตอน 8 ขวบ วิว จึงได้เข้าไปอยู่กับชมรมแบดมินตันเสนานิคม สโมสรใกล้บ้าน และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขามุ่งมั่นในเส้นทางสายนี้ 

“รายการแรกน่าจะเป็นรายการ ศิษย์เอก คือรายการที่มือใหม่ลง ตอนนั้นได้ที่ 3 มา ก็ได้ทั้งเหรียญได้ทั้งเงินรางวัล แล้วเรารู้สึกว่าเอ๊ย! มันเป็นสิ่งที่เราสามารถ แบ่งเบาภาระครอบครัวได้ มันเลยเป็นสิ่งที่ทำให้ผมมุ่งมั่นตั้งใจครับ” วิวย้อนความหลัง 

หลังจากนั้นตอนอายุ 13 ปี กุลวุฒิ ก็ได้ย้ายไปอยู่กับ โรงเรียนบ้านทองหยอด สถาบันแบดมินตัน ผู้ปลุกปั้น “เมย์-รัชนก อินทนนท์” แชมป์โลกหญิงเดี่ยวชาวไทย และไอดอลในดวงใจของเขา

“ถ้าเป็นผู้ชาย เป็น พี่แมน บุญศักดิ์ พลสนะ แล้วก็ต่างประเทศก็เป็น ลี ชอง เว่ย จากมาเลเซีย แต่ถ้าเป็นผู้หญิง ไอดอลของผู้หญิงก็คือ พี่เมย์ รัชนก ครับ เป็นรุ่นพี่ทีมเดียวกับผม เป็นคนที่ดีมาก ๆ เลย อัธยาศัยดีมาก เฟรนด์ลี่มาก ๆ แล้วก็เป็นคนขี้แกล้งขี้เล่น ผมรู้สึกว่าเป็นไอดอลของใครหลาย ๆ คนด้วย” กุลวุฒิกล่าว 

การมาอยู่บ้านทองหยอด ทำให้ฝีมือของ กุลวุฒิ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะคว้ารางวัลในระดับเยาวชนมามากมาย ไล่ตั้งแต่ แชมป์ประเทศไทย รุ่น U14, U16 และ U19 ไปจนถึงแชมป์เอเชียรุ่น U15, U17 และ U19 

จนกระทั่งในปี 2017 วิว ก็สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์โลก ประเภทชายเดี่ยว ในระดับเยาวชน (ไม่เกิน 19 ปี) ด้วยวัยเพียง 16 ปีกับ 5 เดือน ในทัวร์นาเมนต์ที่อินโดเนีเซีย 

และมันก็ทำให้ กุลวุฒิ กลายเป็นนักแบดมินตันน่าจับตา ที่อาจเดินตามรอบรุ่นพี่ร่วมสโมสรอย่าง เมย์-รัชนก ที่สามารถก้าวไปถึงแชมป์โลก 

ทว่าในความเป็นจริงเขากลับไปได้ไกลกว่านั้น 

ไทยคนแรก 

หลังจากป้องกันแชมป์เยาวชนโลกได้อีกครั้งในปี 2018 ในวัย 17 ปี กุลวุฒิ ก็ตัดสินใจขยับขึ้นไปเล่นในรุ่นทั่วไป เพื่อสะสมคะแนนในตารางอันดับโลก 

และเขาก็ทำได้ไม่เลว เมื่อสามารถคว้าแชมป์ถึง 5 รายการในช่วงปี 2018-2019 ไล่ตั้งแต่  โยเน็กซ์ ซันไรส์ เนปาล ซีรีส์ 2018, อิหร่าน ฟาจ์ร อินเตอร์เนชั่นแนล แชลเลนจ์ 2019, โยเน็กซ์ โปลิช โอเพน 2019, ฟินนิช โอเพน 2019 และ สแปนิช อินเตอร์เนชั่นแนล 2019

หลังจากนั้น กุลวุฒิ ก็เริ่มสร้างชื่อในรายการระดับเมเจอร์อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศทั้ง สเปน มาสเตอร์ 2020, สวิส โอเพ่น 2021, เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ 2021 และ ชิงแชมป์โลก 2022 

ทว่า น่าเสียดายที่สุดท้าย วิว ต้องพ่ายให้กับ วิคเตอร์ อเซลเซ่น มือ 1 ของโลกชาวเดนมาร์กในขณะนั้น ในทุกรายการ และได้ตำแหน่งรองแชมป์ปลอบใจไปแทน 

แต่ถึงอย่างนั้น กุลวุฒิ ก็ใช้สิ่งนี้เป็นแรงผลักให้เดินหน้าต่อ ก่อนจะประสบความสำเร็จ ด้วยการคว้าทั้งแชมป์เยอรมัน โอเพน 2022, อินเดีย โอเพน 2023 และไทยแลนด์ โอเพน 2023 รวมถึงการได้เป็นชายไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลกประเภทเดี่ยว ในปี 2023

กุลวุฒิยอมรับว่าประสบการณ์การคว้าแชมป์โลกในระดับเยาวชน มีส่วนสำคัญที่ทำให้เขาสามารถสานต่อในเส้นทางนี้ได้แบบไม่สะดุด  

“ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีมากกว่า เพราะว่าการที่ได้แชมป์เยาวชนโลกก็เหมือนเป็นเหมือนขั้นบันได เพื่อต่อยอดถึงแชมป์โลก หรือว่าแชมป์โอลิมปิก หรือแชมป์รายการใหญ่ ๆ ผมมองว่าเป็นก้าวบันไดสำคัญของผมจริง ๆ” กุลวุฒิกล่าวกับ Thairath Sport

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่า กุลวุฒิ จะไม่หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อในปี 2024 เขาได้สร้างตำนานบทใหม่ให้แก่วงการแบดมินตันไทย ด้วยการก้าวขึ้นไปคว้าเหรียญเงิน ประเภทชายเดี่ยวในโอลิมปิก ที่ปารีส ที่กลายเป็นเหรียญประวัติศาสตร์ของสมาคมแบดมินตันไทย 

หลังจากนั้น โลกก็มองเขาเปลี่ยนไป กุลวุฒิ ไม่ได้เป็นม้ามืดอีกแล้ว แต่เขาคือคนที่จะก้าวขึ้นมาท้าชิงการเป็นมือ 1 ของโลก ตำแหน่งที่ไม่เคยมีชายไทยคนไหนทำได้ 

เขาเริ่มปี 2025 ด้วยการคว้าแชมป์อินโดนีเซีย มาสเตอร์ส ต่อด้วยแชมป์เอเชีย แชมเปี้ยนชิพ ที่จีน จนขยับจากอันดับ 5 ขึ้นมาตั้งอันดับ 2 ของโลก 

และในเดือนพฤษภาคม 2025 ก็เป็นวันที่ชาวไทยชื่นมื่นไปทั้งประเทศ เมื่อ กุลวุฒิ สามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ สิงคโปร์ โอเพ่น ที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็น มือ 1 ของโลก ทำสถิติเป็นชายไทยคนแรกที่ทำได้ในประเภทเดี่ยว 

ด้วยผลงานดังกล่าวทำให้ ย่อมทำให้ กุลวุฒิ ถูกมองว่าเขาคือกำลังสำคัญของทีมชาติไทยในการล่าเหรียญทองในศึกซีเกมส์ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเขาเคยคว้ามาได้ 2 เหรียญทอง ในประเภทชายเดี่ยว และทีมชาย เมื่อ 4 ปีก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น การที่เขาเพิ่งจะพลาดตำแหน่งแชมป์โลกมาหมาดๆ หลังพ่ายให้ ฉี ยู่ฉี จากจีน ในการแข่งขันชิงแชมป์โลก 2025 ที่ปารีส จะเป็นอีกแรงขับที่ทำให้ วิว หมายมั่นปั้นมือกับซีเกมส์ ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้เป็นพิเศษ  

บทความที่เกี่ยวข้อง

News Correspondent